การจัดการนโยบายสาธารณะเพื่อยกระดับสุขภาวะการพักผ่อนในยุคดิจิทัล
คำสำคัญ:
นโยบายสาธารณะ, สุขภาวการณ์พักผ่อน, ยุคดิจิทัลบทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะการพักผ่อนในยุคดิจิทัล โดยอธิบายสถานการณ์ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ กรอบนโยบายสาธารณะ และบทเรียนจากต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนวทางเชิงนโยบายที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย อาศัยการทบทวนหนังสือ บทความวิชาการ งานวิจัย กฎหมาย รายงานของหน่วยงานภาครัฐ และเอกสารจากองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาวะ เทคโนโลยีดิจิทัล และนโยบายสาธารณะเข้าด้วยกัน ผลการวิเคราะห์สะท้อนว่า การขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและรูปแบบการทำงาน ทำให้เส้นแบ่งระหว่างเวลาทำงานกับเวลาพักผ่อนลดความชัดเจนลง ส่งผลให้เกิดปัญหาการนอนไม่เพียงพอ ความเครียด ภาวะหมดไฟในการทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต ผลิตภาพแรงงาน และต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคม แม้ว่าประเทศไทยจะมีกรอบกฎหมายและกลไกด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ปรากฏนโยบายสาธารณะที่มุ่งคุ้มครองสุขภาวะการพักผ่อนในยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ ขณะที่บทเรียนจากฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่า การออกแบบนโยบายสามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งการรับรองสิทธิในการตัดขาดจากการติดต่อเกี่ยวกับงาน การกำกับชั่วโมงการทำงาน และการส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัล โดยต้องสอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ บทความเสนอว่า ประเทศไทยควรผลักดันให้สุขภาวะการพักผ่อนในยุคดิจิทัลเป็นวาระนโยบายสาธารณะ พัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ส่งเสริมองค์กรสุขภาวะและความรอบรู้ด้านสุขภาวะดิจิทัล ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ของมาตรการคุ้มครองสิทธิในการตัดขาดจากการติดต่อเกี่ยวกับงานให้เหมาะสมกับบริบทแรงงานไทย ทั้งนี้ บทความได้สังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ในรูปแบบ กรอบนโยบายสุขภาวะการพักผ่อนในยุคดิจิทัล เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนานโยบายสาธารณะและต่อยอดการศึกษาในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
กมลภพ เตชะวันสกุล และบุญรัตน์ แผลงศร. (2569). สุขภาวะดิจิทัลกับการศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสาร อีซีที เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 21(31), 1–14.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2563). ชวนคนไทย “นอนเปลี่ยนชีวิต” สดชื่นกระฉับกระเฉงตลอดวัน. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 จาก https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30155.
_____. (2563). โรค นอนไม่หลับ สัมพันธ์กับ นาฬิกาชีวิต แก้ได้โดยไม่ใช้ยา. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 จาก https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30519.
จีรภา กาญจนโกเมศ และพรสรวง วงศ์สวัสดิ์. (2563). คุณภาพการนอนหลับและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 43(2), 135–145.
ชนิสรา เครือไชย และคณะ. (2568). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพการนอนหลับของกลุ่มคนวัยทำงานที่เสี่ยงภาวะซึมเศร้า จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี, 109–121.
ประกาศ เรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). (2565, 1 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง. หน้า 1.
พระครูปลัดธวัชชัย ธวชฺชยเมธี. (2566). นโยบายสาธารณะ : ผลผลิตจากการเมือง ตามกรอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(1), A42–A51.
ภูมิภัทร อุดมสุวรรณกุล และภาณุพันธุ์ อุดมสุวรรณกุล. (2564). แนวโน้มการปกป้อง เวลาส่วนตัวของพนักงานในต่างประเทศ. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/BNe8p.
รุ้ง พิบูลย์วรกุลกิจ และคณะ. (2562). ปัจจัยทำนายคุณภาพการนอนหลับของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย. วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ, 31(2), 60–71.
วิชุดา ศรีน้อย และชาคริต สกุลอิสริยาภรณ์. (2569). ปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงาน. วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 9(1), 154–165.
สาวิตรี พลเยี่ยม และเทพไทย โชติชัย. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพการนอนหลับ ของนักศึกษาวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 4(2), 33–44.
สำนักข่าว Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ. (2568). วัยทำงานไทย 40% เครียดสูง! สสส.-คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ชู 11 องค์กร คว้ารางวัลส่งเสริมสุขภาวะทางจิต. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2569 จาก https://www.hfocus.org/content/2025/01/32884.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2561). สุขภาพการนอนสำคัญไฉน. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2569 จาก https://dol.thaihealth.or.th/Media/Index/e4b7878b-2c9a-e811-80e7-00155d93ef05#.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.). (2550). พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/XdeaZ.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.). (2566). มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 มติ 16.1 ระบบสุขภาวะทางจิตเพื่อสังคมไทยไร้ความรุนแรง. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 จาก https://www.samatcha.org/site/resolution/fe57740c-0e49-40a5-8705-193fb2d5d14e/detail.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2564). ETDA เผยโควิด-19 เป็นเหตุสังเกตได้ Gen Z ใช้เน็ตสูงสุด ปีแรก ชนะ Gen Y แชมป์ 6 สมัย. สืบค้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/GZd7z.
สิทธิพร กล้าแข็ง และคณะ. (2568). การสร้างองค์กรแห่งความสุขในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 16(2), 225–241.
สุดกัญญา ปานเจริญ และคณะ. (2567). คุณภาพการนอนหลับและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพการนอนหลับของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สวรรค์ประชารักษ์ นครสวรรค์. วารสารการพยาบาล สุขภาพ และการศึกษา, 7(3), 25–39.
อัญชลี ชุ่มบัวทอง และคณะ. (2558). คุณภาพการนอนหลับ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 24(5), 832–843.
Fair Work Ombudsman. (2024). Right to disconnect. Retrieved June 20, 2026, from https://www. fairwork.gov.au/employment-conditions/right-to-disconnect.
Im, E.-B. (2021). Korea to ax games curfew. Retrieved August 1, 2026, from https://shorturl.asia/F6v7e.
Ornstein, D. & Martinez, T. S. (2018). Japan’s Labor Reform Caps Overtime in a Bid to Curb Karoshi. Retrieved June 17, 2026, from https://www.proskauer.com/blog/japans-labor-reform-caps-overtime-in-a-bid-to-curb-karoshi.
Pélicier Loevenbruck, S. & Daubin, S. (2017). Sorting out the truth about the right to disconnect in France. Retrieved June 20, 2026, from https://www.littler.com/news-analysis/asap/sorting-out-truth-about-right-disconnect-france.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


