รูปแบบการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ถอดบทเรียนการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ประเมินผ่านเกณฑ์ 2) พัฒนารูปแบบการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และ 3) จัดทำข้อเสนอแนะในการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสถาน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพใช้แนวคิดตามรูปแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และเป็นสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบที่มีการปฏิบัติที่ดี จากคณะกรรมการสำนักงานสภาการศึกษาเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบครอบคลุมหน่วยงาน 6 สังกัด กลุ่มเป้าหมายคือ ครูและผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ จำนวน 9 แห่ง ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด คือ 1) แบบวิเคราะห์เอกสาร 2)แบบประชุมสนทนากลุ่ม 3)แบบสัมภาษณ์ 4) แบบสังเกตสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา แล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยมีการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบของการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 6 ประการ 2. ผลการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ องค์ประกอบ วิธีการดำเนินงาน และเงื่อนไขความสำเร็จของการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และ 3. ข้อเสนอแนะในระดับนโยบาย ในระดับผู้กำกับนโยบาย ในระดับผู้สนับสนุนนโยบาย และในระดับปฏิบัติการ
ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มีการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบของการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 6 ประการ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดีของการดำเนินงานของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มุ่งเป้าหมายความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2558). มาตรฐานเด็กเล็กแห่งชาติ: คู่มือการดำเนินงานตามาตรฐาน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงสาธารณสุข. (2562). คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
ขวัญจิรา จําปา, สุวดี อุปปินใจ, ไพรภ รัตนชูวงศ์ และ พูนชัย ยาวิราช. (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนคุณภาพของชุมชน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(1), 430-447. สืบค้นจาก
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/263300
จรรยา ดาสา, ศิวพร ละม้ายนิล, เทพกัญญา พรหมขัติแก้ว และ ณวรา สีที. (2562). การพัฒนาสมรรถนะครูปฐมวัยในการจัดการเรียนรู้โครงงานสะเต็ม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 10(2), 281-294. สืบค้นจาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/humanjubru/article/view/191589
ณัฐภัสสร ชื่นสุขสมหวัง และ ปัทมศิริ ธีรานุรักษ์ จารุชัยนิวัฒน์. (2557). การประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพของครูปฐมวัย. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 9(1), 713-729. สืบค้นจาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/37268
ทิพย์วรรณ สุพิเพชร. (2566). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อการศึกษาในอนาคต. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(2), 471-480. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view /259673
บุญยฤทธิ์ ปิยะศรี และ มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). รูปแบบการพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการสอนที่เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล. วารสารศิลปากร ศึกษาศาสตร์วิจัย, 7(1), 97-109. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/33247
ประสิทธิ์ หนูกุ้ง, เรชา ชูสุวรรณ และ วุฒิชัย เนียมเทศ. (2566). ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสงขลาที่เน้นวัตถุประสงค์และผลลัพธ์สำคัญ (OKRs). วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(1), 187-206. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/261872
ภูษิตา กระจ่างแสง และ นิยดา เปี่ยมพืชนะ. (2564). แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ด้านการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 21(3), 239-252. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/dhammathas/article/view/ 248933
วรวุธ ถาวรทรัพย์, ลินดา นาคโปย และ สายฝน เสกขุนทด. (2566).ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 20(88), 97-110. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/SNGSJ/article/view/256126
อนุศรา อุดทะ และ จิติมา วรรณศรี. (2563). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูปฐมวัย สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 22(4), 305-316. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/187413
Alme, H. (2021). Nature Kindergartens: A Space for Children’s Participation. Journal of Outdoor and Environmental Education, 24(2),113-131. https://doi.org/10.1007/s42322-021-00081-y
Eliason, C., & Jenkins, L. (1994). A Practical Guide to Early Childhood Curriculum. London: Macmillan.
Ernst, J., & Firdevs, B. (2019). Young Children’s Contributions to Sustainability: The Influence of Nature Play on Curiosity, Executive Function Skills, Creative Thinking, And Resilience. Sustainability, 11(15), 4212. https://doi.org/10.3390/su11154212
Ministry of Education in New Zealand. (2019). Laws Governing Early Learning: The Rules Governing Early Childhood Education in New Zealand. Retrieved from https://www. education.govt.nz/early-childhood
University of British Columbia. (2019). Emphasizing Social Play in Kindergarten Improves Academics, Reduces Teacher Burnout. ScienceDaily. Retrieved from www.sciencedaily.com/releases/2019/09/190917140317.