การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลเพื่อสามารถดำรงชีวิตได้ในวัยเกษียณ ของคน Generation Y ในเขตกรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • สุดาภรณ์ อรุณดี คณะรัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
  • อนันต์ ธรรมชาลัย คณะรัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
  • แพรวพลอย สิทธิกรณ์ คณะรัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

คำสำคัญ:

การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล, วัยเกษียณ, เจนเนอเรชัน Y

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับภาวะหนี้สิน ทักษะและความรู้ทางการเงิน การจัดทำแผนการออมเงินและการลงทุน เพื่อเพื่อศึกษาทักษะและความรู้ทางการเงินที่ส่งผลต่อการจัดทำแผนการออมเงินและการลงทุน และ เพื่อสามารถวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลให้สามารถดำรงชีวิตได้ในวัยเกษียณของคน Generation Y ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนตัวอย่าง 400 คน  ใช้การสุ่มแบบอย่างง่าย เครื่องมือ คือ แบบสอบถาม สถิติเชิงพรรณนาที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานเทคนิค การวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า1) ภาวะหนี้สิน พบว่า  รายรับไม่พอรายจ่ายในแต่ละเดือน ทักษะทางการเงิน อยู่ในระดับปานกลาง และความรู้ทางการเงินอยู่ในระดับมากที่สุด การจัดทำแผนการออมเงิน อยู่ในระดับมาก และการลงทุนอยู่ในระดับมาก 2) ทักษะและความรู้ทางการเงินที่ส่งผลต่อการจัดทำแผนการออมเงินและการลงทุน พบว่า ทักษะทางการเงินมีความสัมพันธ์กับการวางแผนการออมเงิน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่  ระดับ .01 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ .354 มีความสัมพันธ์กันในทิศทางเดียวกันในระดับมาก  และมีความสัมพันธ์กับการวางแผนการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ .573 มีความสัมพันธ์กันในทิศทางเดียวกันในระดับมาก และความรู้ทางการเงินมีความสัมพันธ์กับการวางแผนการออมเงิน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่รู้ดับ .05 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ -.103 มีความสัมพันธ์กันในทิศทางเดียวกันในระดับมากและไม่มีความสัมพันธ์กับการวางแผนการลงทุน มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ -.053 มีความสัมพันธ์กับในทิศทางเดียวกันในระดับน้อยโดยทักษะทางการเงินและความรู้ทางการเงินมีผลต่อการวางแผนการลงทุนมากที่สุด คือ   ทักษะทางการเงิน (β=.629) และความรู้ทางการเงิน (β=.163) ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) โดยมีประสิทธิภาพร่วมกันในการลงทุนที่ส่งผลต่อทักษะทางการเงินและความรู้ทางการเงิน ร้อยละ 34.8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .01 โดยเขียนเป็นสมการพยากรณ์ (คะแนนดิบ) และสมการพยากรณ์ (คะแนนมาตรฐาน) ได้ดังนี้

 =     1.504 + .428 X1 + .210 X2 (คะแนนดิบ)

  y =     .629 Zx1 + .163 Zx2 (คะแนนมาตรฐาน)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-02-25

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)