รูปแบบการสอนโดยใช้ทฤษฎีมุ่งปฏิบัติงานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการเขียนเรียงความสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2
DOI:
https://doi.org/10.14456/lar.2022.4คำสำคัญ:
การสอนแบบมุ่งปฏิบัติงาน, สื่อสังคมออนไลน์, ความสามารถด้านการเขียนเรียงความบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้ทฤษฎีมุ่งปฏิบัติงานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ 2) เพื่อหาประสิทธิผลของรูปแบบการสอนโดยใช้ทฤษฎีมุ่งปฏิบัติงานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ 2.1 เปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนเรียงความก่อนและหลังใช้รูปแบบการสอน 2.2 ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการสอน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ห้อง 2 โรงเรียนแห่งสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา จำนวน 36 คน ซึ่งได้มาด้วยการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster random sampling) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติทดสอบค่าทีแบบ t-test dependent และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) จากข้อมูลการสังเกตการสอน ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการสอนที่พัฒนามีองค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบการสอน 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการสอน 3) กระบวนการสอน 4) การวัดและประเมินผลของรูปแบบการสอนและ 5) ปัจจัยสนับสนุนการสอน มีขั้นตอนการสอน 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นกระตุ้นความรู้เดิม 2) ขั้นเพิ่มความรู้ใหม่ 3) ขั้นสร้างความเข้าใจ 4) ขั้นปฏิบัติภาระงาน และ 5) ขั้นประเมินผลชิ้นงาน 2. ประสิทธิผลของรูปแบบการสอนโดยใช้ทฤษฎีมุ่งปฏิบัติงานร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ 2.1 นักเรียนมีความสามารถด้านการเขียนเรียงความหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กรรณิการ์ ทรัพย์สมบูรณ์. (19 กันยายน 2564). สัมภาษณ์. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2563) รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2563 ThaiLand Internet User Behavior 2020. ค้นคืนจาก https://www.etda.or.th/th/newsevents/pr-news/ETDA-released-IUB-2020.aspx
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและหลักสูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด.
ฐะปะนีย์ นาครทรรพ และคณะ. (2546). หนังสือสาระการเรียนรู้พื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ไทยร่มเกล้า.
นพดล จันทร์เพ็ญ. (2557). หลักการใช้ภาษาไทย. กรุงเทพกรุงเทพมหานคร: เจเนซิส มีเดียคอม.
นิภาวรรณ นวาวัตน์. (2562). การพัฒนารูปแบบการสอนทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบเน้นภาระงานร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
พนิดา พุฒเขียว และคณะ. (2560). การพัฒนาหลักสูตรอบรมออนไลน์โดยใช้เทคโนโลยีวิดีโอสตรีมมิ่งมีเดีย. วารสารแม่โจ้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม, 3(2), 41-53.
พิชิต วิจิตรบุญยรักษ์. (2554). สื่อสังคมออนไลน์ : สื่อแห่งอนาคต. นักบริหาร, 31(4), 99.
ฟองจันทร์ สุขยิ่ง และคณะ. (2553). ศิลปะการเขียนอย่างมืออาชีพ. กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์.
ภควัต รักศรี. (2553). เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Networking). ค้นคืนจาก http://www.coe.or.th/e_engineers/knc_detail.php?id=170
ภัชรวรรณ แก้วใจดี และ อุ่นเรือน เล็กน้อย. (2562). การวิเคราะห์วิธีคิด (Thinking) ของผู้ใช้สื่อออนไลน์ผ่านหมวดความคิดหกใบ. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 14(2) 97-107.
ภาณุวัฒน์ กองราช. (2554). การศึกษาพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นในประเทศไทย : กรณีศึกษา Facebook. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) สาขาการบริหารเทคโนโลยี วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพมหานคร.
มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 9). นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ระวิ แก้วสุกใส และชัยรัตน์ จุสปาโล. (2556). เครือข่ายสังคมออนไลน์: กรณีเฟสบุ๊ค (Facebook)กับการพัฒนาผู้เรียน. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 5(4), 195-205.
วรรณพร พิชพรม. (19 กันยายน 2564). สัมภาษณ์.
วิภาดา พูลศักดิ์วรสาร. (2555). การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านเน้นภาระงานโดยใช้กลวิธีอภิปัญญาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). สาขาวิชาหลักสูตรและการ สอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
ศศิณัฏฐ์ สรรคบุรานุรักษ์. (2559). การพัฒนารูปแบบการสอนที่เน้นภาระงานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาจีนเพื่อความเข้าใจสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
ศุภชัย ธูปสุวรรณ. (19 กันยายน 2564). สัมภาษณ์.
สิรินาถ ธารา. (2557). การพัฒนากิจกรรมการอ่านเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์การอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
อัจฉรา ชีวพันธ์ และคณะ. (2542). การใช้ภาษาไทยเล่ม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพมหานคร: บรรณกิจ.
อุษา มะหะหมัด. (2557). การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
Candlin C. N. (1987). Towards Task-Based Language Learning. In C. Candlin, & D. Murphy (Eds.), Language Learning Tasks. Lancaster Practical Papers in English. Lancaster: Lancaster University.
Ellis R. (2003). Task-based Language Learning and Teaching. Oxford: Oxford University Press.
Littlewood, W. (1995). Communicative Language Teaching. Cambridge: Cambridge University Press.
Nunan D. (1989). Designing Tasks for Communicative Language. Cambridge: CUP.
Willis, J. (1996). A Flexible Framework Task-based learning. Oxford: Heinemann.
Willis, J. (1996). A Framework for Task-based Learning. Harlow: Longman.
Winterowed, R.W. (1981). The Contemporary Writer. New York: Harcout, Bruce Jovanovich.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 ศิลปศาสตร์ปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
