การพัฒนากิจกรรมการออกกำลังกายแบบประยุกต์ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุในตำบลหัวไผ่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

ผู้แต่ง

  • คธาวุธ ศรียา
  • ภัทรพงษ์ ยิ่งดำนุ่น -
  • คมกริช บุญเขียว

คำสำคัญ:

กิจกรรมการออกกำลังกายแบบประยุกต์, ภูมิปัญญาพื้นบ้าน, ผู้สูงอายุ, การทดสอบสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ

บทคัดย่อ

   การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบกิจกรรมการออกกำลังกายแบบประยุกต์ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ 2) ศึกษาพัฒนาการด้านสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุในตำบลหัวไผ่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี กิจกรรมการออกกำลังกายแบบประยุกต์ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน เครื่องมือมีความตรงโดยมีดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 ลักษณะของกลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน อายุ 60-69 ปี แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง โดยกลุ่มควบคุมจะออกกำลังกายแบบปกติ ส่วนกลุ่มทดลองจะออกกำลังกายแบบประยุกต์ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน  มีขั้นตอนคือ ขั้นแรกใช้ผ้าขาวม้าเริ่มกิจกรรมการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ขั้นที่สองออกกำลังกายเคลื่อนไหวแบบแอโรบิกโดยใช้เพลงพื้นบ้าน ใช้เวลา 30-45 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน รวมระยะเวลา 6 สัปดาห์  ทั้งสองกลุ่มจะต้องทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับผู้สูงอายุ จำนวน 5 รายการ ได้แก่ ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ค่าดัชนีมวลกาย แตะมือด้านหลัง ยืน-นั่งบนเก้าอี้ 30 วินาที เดินเร็วอ้อมหลัก และยืนยกเข่าขึ้นลง 2 นาที เป็นต้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Independent Sample T-test จะเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง ผลการวิจัยพบว่า 1) ได้รูปแบบกิจกรรมการเคลื่อนไหวโดยใช้ผ้าขาวม้าในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และรูปแบบการออกกำลังกายที่เคลื่อนไหวแบบแอโรบิกโดยใช้เพลงพื้นบ้าน และ 2) ค่าเฉลี่ยแบบทดสอบเดินเร็วอ้อมหลักของกลุ่มทดลอง ได้เท่ากับ 12.13 (1.30) วินาที แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม เท่ากับ 19.20 (3.42) วินาที หลังจากออกกำลังกายไปแล้ว 6 สัปดาห์ การออกกำลังกายแบบประยุกต์มีผลในการพัฒนาสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องแคล่วว่องไวในผู้สูงอายุ แต่รายการทดสอบอื่น ๆ ไม่พบค่าความแตกต่างทางสถิติ

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

คณิน ประยูรเกียรติ, และก้องสยาม ลับไพรี. (2563, กันยายน-ธันวาคม). การพัฒนาวิธีการออกกำลังกายตามแนวคิดภูมิปัญญาไทย เพื่อสร้างความสามารถในการทรงตัวของผู้สูงอายุ.วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 12(3), 96-109.

ชนิตา ไกรเพชร, อนันต์ เมฆสวรรค์, นิศานาถ เนตรบารมี, และอิ่นอ้อย เฉลิมชิต. (2560, มกราคม-เมษายน). ผลการใช้รูปแบบการออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในกลุ่มจังหวัดภาคกลางโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารวิชาการ สถาบันการพลศึกษา, 9(1), 51-61.

เดลินิวส์. (2563, กันยายน, 6). รัฐบาลเตรียมแผนรับมือสังคมสูงวัย. สืบค้น สิงหาคม 26, 2565, จาก https://d.dailynews.co.th/politics/793792/.

ทิติภา ศรีสมัย, และคนอื่น ๆ (2560, พฤศจิกายน-ธันวาคม). ผลของการออกกำลังกายด้วยรำมวยโบราณประยุกต์ต่อสมรรถภาพทางกายในผู้สูงอายุชาวไทย: การศึกษานำร่อง. จุฬาลงกรณ์เวชสาร, 61(6), 745-755.

นันธวัช นุนารถ. (2560, มกราคม-เมษายน). ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณค่าแห่งวิถีชีวิต วัฒนธรรม เพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 12(34), 16-17.

พัชรพล อ่อนสุระทุม. (2556). นวัตกรรมรำผ้าพลอง ทำนองสรภัญ ป้องกันโรค. สืบค้น สิงหาคม 20, 2565, จาก http://www.thatthong-sk.go.th/files/dynamiccontent/file-25069.pdf.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2564). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2563. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.

ยลวรณัฏฐ์ จีรัชตกรณ์. (2564). สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness). สืบค้น สิงหาคม 26, 2565, จาก https://healthydee.moph.go.th/backend/fileAttach/17022021_040114-0000004380.pdf.

วิลาวัลย์ กันหาชน, ยอดชาย บุญประกอบ, สาวิตรี วันเพ็ญ, และกฤษณา บุญทา. (2557, กันยายน). เปรียบเทียบผลของการออกกำลังกายด้ายการเต้น Paslop และการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวแบบจำเพาะต่อการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวในอาสาสมัครที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ. วารสารเทคนิคการแพทย์เชียงใหม่, 47(3), 143-152.

สถาบันอาศรมศิลป์. (2553). คู่มือกีฬาภูมิปัญญาไทย. กรุงเทพฯ: แปลนพริ้นติ้ง.

สภากาชาดไทย, สำนักงานยุวกาชาด. (2560). คู่มือการดูแลผู้สูงอายุสำหรบเยาวชน. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). จำนวนและสัดส่วนประชากรจากทะเบียน จำแนกตามกลุ่มอายุ (วัยเด็ก วัยแรงงาน วัยสูงอายุ) เพศ ภาค และจังหวัด พ.ศ. 2555-2564. สืบค้น สิงหาคม 4, 2565, จาก http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/01.aspx.

หทัยชนก หมากผิน, วรรณนิศา ธนัคฆเศรณี, ทิพย์สุดา บานแย้ม, สัตพร เจริญสุข และทิตย์สิตา แก้วหนองเสม็ด. (2563, มกราคม-มีนาคม). ผลการออกกำลังกายแบบฟ้อนไทยทรงดำประยุกต์ต่อคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 26(1), 28-41.

อังคะนา ศรีตะลา. (2547, มกราคม-มิถุนายน). การเต้นแอโรบิกเพื่อสุขภาพ. วารสาร มฉก.วิชาการ, 7(14), 88-101.

Fatouros, I. G., &et al. (2005, October). Strength Training and Detraining Effects on Muscular Strength, Anaerobic Power, and Mobility of Inactive Older Men are Intensity Dependent. Br J Sports Med, 39(10), 776-778.

Jimenz-Martin, P.J., Melendez-Ortega, A., Albers, U., &Schofield, D. (2013, August). A Review of The Tai Chi Chuan and Parameter Related to Balance. European Journal of Integrative Medicine, 7(6), 469-475.

TCDC Resource Center. (2006). Aging vs Aged Society in Global and Thai Context. Retrieved August 4, 2022, from http://resource.tcdc.or.th/ebook/AgingSociety_Report_official.pdf.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-24

รูปแบบการอ้างอิง

ศรียา ค., ยิ่งดำนุ่น ภ. ., & บุญเขียว ค. . (2022). การพัฒนากิจกรรมการออกกำลังกายแบบประยุกต์ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุในตำบลหัวไผ่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี. Lawarath Social E-Journal, 4(3), 203–222. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawarathjo/article/view/260317