การปกป้องสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายของนักเรียนต่อการถูกลงโทษจากโรงเรียน
คำสำคัญ:
การปกป้อง, สิทธิมนุษยชน, นักเรียน, การลงโทษบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายของนักเรียน ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย 2.เพื่อศึกษารูปแบบการลงโทษของโรงเรียนต่อนักเรียน 3.เพื่อศึกษาหาแนวทางหรือมาตรการลงโทษที่เหมาะสมจากโรงเรียนต่อนักเรียน ซึ่งไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอในจังหวัดลพบุรี จำนวน 12 โรงเรียน โดยเป็นครูหรืออาจารย์โรงเรียนละ 3 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนละ 6 คน รวมจำนวน 108 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า 1.สิทธิมนุษยชนตามกฎหมายของนักเรียน ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนตามกฎหมายในโรงเรียน นักเรียนซึ่งเป็นบุคคลที่ยังมีอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ มีสิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิในการพัฒนาและสิทธิในการมีส่วนร่วมตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยครูในโรงเรียนมีความเข้าใจในหลักการเรื่องสิทธิมนุษยชนและพร้อมที่จะให้ความคุ้มครองสิทธิดังกล่าวของนักเรียน 2. รูปแบบการลงโทษของโรงเรียนต่อนักเรียนนั้นไม่ปรากฏรูปแบบแน่นอน มีทั้งการลงโทษทางกาย เช่น การตี การสั่งให้วิ่ง หรือการลงโทษในแบบอื่น เช่น การสั่งให้แก้งานในกำหนดเวลา การทำแบบฝึกเพิ่ม หรือจำกัดความสะดวกในบางกรณีเนื่องมาจากสาเหตุปัจจัยรวมถึงข้อตกลงในการลงโทษที่มีความแตกต่างกัน 3.แนวทางหรือมาตรการลงโทษที่เหมาะสมจากโรงเรียนต่อนักเรียน ซึ่งไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นควรได้รับการยอมรับจากครูและนักเรียนผ่านข้อตกลงรับรู้รวมกัน ทั้งเงื่อนไขและวิธีการลงโทษ อันจะส่งผลทำให้ การลงโทษสามารถส่งผลทำให้นักเรียนแก้ไขปรับปรุงตนให้มีพฤติกรรมที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยไม่มีข้อขัดแย้งในความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ถวิล อรัญเวศ. (2561). ลงโทษนักเรียน นักศึกษา อย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด. สืบค้น ธันวาคม 12, 2563. จาก https://www.obec.go.th/archives/677.
นรินทร์ อิ่มเพิ่มพูน. (2523). การสำรวจวิธีการที่ครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดนครปฐมใช้ในการแก้พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนตามการรับรู้ของครู. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประชาไท. (2563). กสม.ห่วงเด็กนักเรียนถูกครูละเมิดสิทธิ-ทำร้ายร่างกายแนะกระทรวงศึกษาฯ เร่งอบรมครูปฐมวัย-เข้าใจสิทธิ-มีจิตวิญญาณครูและทักษะดูแลเด็ก. สืบค้น ธันวาคม 12, 2563. จาก https://prachatai.com/journal/2020/09/89703.
พชรพร พงษ์อาภา. (2561). อำนาจของครูในการลงโทษนักเรียนและการใช้กำลังทางกายภายในสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542. (2542, 19 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก. หน้า 1-23.
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546. (2546, 2 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 120 ตอนที่ 95 ก. หน้า 1-28.
มาตาลักษณ์ เสรเมธากุล. (2562). รายงานวิจัยเรื่อง หลักการคุ้มครองสิทธิเด็กภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับประโยชน์สูงสุดของเด็ก (คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). กรุงเทพฯ: เดือนตุลา.
ยาใจ พงษ์บริบูรณ์. (2537, มิถุนายน-กันยายน). การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 17(2), 11-15.
ยุวดี งามวิทย์โรจน์. (2552). บทบาทของบุคลิกภาพแบบใช้อำนาจ ประสบการณ์ การถูกลงโทษ ในวัยเด็กและสภาพของครูในการทำนายเจตคติต่อและพฤติกรรมการลงโทษทางร่างกายและจิตใจในโรงเรียน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548. (2548, 26 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 122 ตอนพิเศษ 35 ง. หน้า 11-14
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-90.
วิทยา โสภากุล, และคนอื่น ๆ. (2563). จิตวิทยาสำหรับครู. สืบค้น ธันวาคม 12, 2563. จาก https://sites.google.com/site/mcupsychology/5-kar-srang-brryakas-ni-hxngreiyn-pheux-xeux-tx-kar-reiyn-ru-laea-serim-srang-phathnakar-thang-bukhlikphaph-nakreiyn-siri-ml/5-1-kar-thathos-nakreiyn-thi-mi-phvtikrrm-mi-hemaa-sm/.
สมพร สุทัศนีย์. (2547). จิตวิทยาการปกครองชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรชัย ศรีสารคาม. (2557). บทความเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชน. สืบค้น ธันวาคม 12, 2563. จาก https://www.constitutionalcourt.or.th/occ_web/ewt_dl_link.php?nid=1394.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.