การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษา ระดับปริญญาบัณฑิตที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน
คำสำคัญ:
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ, ปัญหาเป็นฐาน, ห้องเรียนกลับด้านบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน โดยมีคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 มีจำนวนนักศึกษาผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป และ 2. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต สาขาวิชาเอกประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ชั้นปีที่ 1 กลุ่มที่ 1 ที่กำลังศึกษาภาคการศึกษา 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวนทั้งสิ้น 28 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติการ ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย แบบสังเกตพฤติกรรมการสอนของอาจารย์, แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต, แบบบันทึกผลหลังสอน, แบบประเมินผลงานนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต และแบบทดสอบท้ายวงจร และ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลการวิจัย ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยใช้ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)
ผลวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 26.78 คิดเป็นร้อยละ 89.26 ของคะแนนเต็ม และนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตผ่านเกณฑ์ จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 89.28 ของจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และ 2. นักศึกษา มีความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้านอยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กนกพร ศรีทองแดง. (2567). การพัฒนามโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง วิวัฒนาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเทคนิคห้องเรียนกลับด้าน. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 15(2), 147-162. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/truhusocjo/article/view/273879/177778.
จิรวัฒน์ เพชรรัตน์, และอัมพร ทองใบ. (2556). การอ่านและการเขียนทางวิชาการ. โอเดียนสโตร์.
จุรีพันธ์ ภาษี. (2550). ผลการอ่านอย่างมีวิจารณญาณกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมแบบกลุ่มร่วมมือ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
พันธุ์ทิพย์ เกื้อเพชรแก้ว. (2545). ปัญหาการสอนอ่านย่อความในระดับอุดมศึกษา. วิชาการ, 5(6), 51–58.
ทิศนา แขมมณี. (2550). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 5). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภานุวัฒน์ สงแสง. (2563). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านที่มีต่อความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
รังสรรค์ ทองสุกนอก. (2547). ชุดการเรียนการสอนที่ใช้ปัญหาเป็นฐานในการเรียนรู้ (Problem - Based Learning) เรื่อง ทฤษฎีจำนวนเบื้องต้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
วสันต์ ศรีหิรัญ. (2560). ห้องเรียนกลับด้านกับการคิดวิเคราะห์. วารสารบัณฑิตศึกษา, 14(65), 19- 27.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
เอมอร เนียมน้อย. (2551). พัฒนาการอ่านอย่างมีวิจารณญาณด้วยวิธี SQ3R. สุวีริยาสาส์น.
Berrett, D. (2012). How 'Flipping' The Classroom Can Improve The Traditional Lecture. The Chronicle of Higher Education.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1992). The Action Research Planner (3 ed). Deakin University.
Torp, L., & Sage, S. (1998). Problem as Association: Problem – Based Learning for K – 20. Association for Supervision and Curriculum Development.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.