การวิเคราะห์ปัญหากฎหมายการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 เกี่ยวกับการกระจายอำนาจทางการศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความทางวิจัยนี้เขียนโดยวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหากฎหมายที่เกี่ยวกับปัญหาการกระจายอำนาจการศึกษาครั้งนี้ แหล่งข้อมูล คือ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และบุคคลสำคัญ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกและแบบสัมภาษณ์ การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการวิเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์บุคคลสำคัญจำนวน 5 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ผลการศึกษาพบว่า 1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 1 กำหนดให้ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ประกอบกับอาศัยอำนาจตามมาตรา 289 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่ให้อำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการศึกษาได้เองอันเป็นวัตถุประสงค์หลักในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มุ่งจะกระจายอำนาจกลับสู่ภาคประชาชนดังนั้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาดังกล่าว จึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 80(4) กำหนดให้ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษาให้เท่าเทียมและสอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ อันมีลักษณะเป็นกฎหมายส่งเสริมจึงต้องมีลักษณะการตีความเป็นไปในทางที่สามารถขยายผลได้กล่าวคือ สามารถตีความไปทั้งในด้านที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดทำการศึกษาเองได้โดยตรง หรือร่วมจัดการศึกษากับหน่วยงานอื่นของรัฐได้ 2) ความเป็นธรรมของการกระจายอำนาจทางการศึกษาในประเด็นด้านกฎหมายนั้นย่อมมีความเป็นธรรมเสมอภาคกัน แต่ในการสัมภาษณ์ในการบังคับใช้จริงย่อมเป็นประเด็นปัญหาที่หน่วยงานนั้นๆ จะบังคับใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 39 เป็นการกระจายอำนาจบริหารด้านต่างๆ ให้แก่สถานจัดการศึกษาอันเป็นการเตรียมความพร้อมสถานศึกษาให้พร้อมกับการกระจายอำนาจการศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนั้นยังไม่เป็นรูปธรรมกล่าวคือหน่วยงานระดับสูงยังรวมอำนาจไว้ไม่กระจายอำนาจมาสู่สถานจัดการศึกษาระดับล่างหรือหน่วยงานภาคปฏิบัติพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 16 มาตรา 17 และมาตรา 18 นั้น กำหนดเพียงอำนาจหน้าที่จัดทำที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดให้มีขึ้นได้ มิได้กำหนดระเบียบแบบแผนขั้นตอนรวมไปถึงองค์กรอันเกี่ยวกับการกระจายอำนาจจึงเกิดปัญหาที่ว่าการกระจายอำนาจทางการศึกษาดังกล่าวจะเกี่ยวเนื่องและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หรือไม่ หรือจะเป็นอำนาจอันกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งสถานศึกษาขึ้นเองโดยตรงเท่านั้น วิธีการกระจายอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการศึกษามี 2 วิธี คือการจัดตั้งสถานศึกษาเอง และการรับถ่ายโอนอำนาจจากสถานศึกษาที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เหมือนกับการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษา คือกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ครอบคลุม
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ., 2542.
กระทรวงศึกษาธิการ. รายงานการศึกษาวิเคราะห์เพื่อการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในกรอบภารกิจของสำนักงานปฏิรูปการศึกษา เล่มที่ 4. กรุงเทพฯ: กลุ่มงานกฎหมาย, 2544.
กระทรวงศึกษาธิการ. รายงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ภาคผนวก 1 ร่างพระราชบัญญัติที่จะต้องเสนอต่อรัฐสภาเพื่อตราขึ้นใช้บังคับ. กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูปการศึกษา, 2544.
กระทรวงศึกษาธิการ. รายงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ภาคผนวก 2 ร่างกฎหมายลำดับรองที่จะต้องตราขึ้นใช้บังคับทันทีในระบบการศึกษาใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูปการศึกษา, 2544.
กระทรวงศึกษาธิการ. รายงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ภาคผนวก 3 รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างการจัดองค์กรและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานใหม่ในกระทรวงศึกษาธิการ ศาสนา และวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูปการศึกษา, 2544.
ปทุมมาศ ว่องสกุลชัย. “ศึกษาการวิเคราะห์ปัญหาการนำนโยบายไปปฏิบัติ ตามการกระจายอำนาจ.” ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 2546.
ประจิม มงคลสุข. “ปัญหาทางกฎหมายในการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา.” ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2551.
พิณสุดา สิริธรังศรี. การกระจายอำนาจการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ., 2542.
พิณสุดา สิริธรังศรี. รายงานการวิจัยประกอบการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. ม.ป.ท.: ม.ป.พ., 2541.
ภัคฑิชา กาญจนนท์. “ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ศึกษาเฉพาะกรณีองค์การบริหารส่วนตำบล.” ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2546.
วัลลภ ลำพาย และพันธ์เทพ วิทิตอนันต์. (ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรองรับการกระจายอำนาจการศึกษาขั้นพื้นฐานจากกระทรวงศึกษาธิการ. รายงานวิจัยคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2549.
วิวัฒน์ แนวจันทร์. “องค์กรส่วนท้องถิ่นกับการกระจายอำนาจ.” ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, 2545.
เวลช์, ทอมัส. กระจายอำนาจทางการศึกษา: ทำไม เมื่อใด อะไร และทำอย่างไร. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ, 2545.
สรรค์ วรอินทร์ และทิพวัลย์ คำคง. กระจายอำนาจทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูปการศึกษา, 2546.
สำนักงานปฏิรูปการศึกษา. การปฏิรูปการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษาสู่การปฏิบัติ กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี, 2544.
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. กรุงเทพ: ฝ่ายพิมพ์กองการพิมพ์, 2540.
เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์.ปัญหาและแนวโน้มเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารการศึกษา: เอกสารสัมมนาปัญหาและแนวโน้มทางการบริหารการศึกษา. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537.
เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา. ม.ป.ท.: ม.ป.พ., 2541.
เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. “การกระจายอำนาจทางการศึกษา.” วารสารราชบัณฑิตยสถาน. 23, ฉ.1 (2541): 41–51.
อุทัย บุญประเสริฐ. "ข้อเสนอแนะและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกระจายอำนาจการศึกษา และการถ่ายโอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย." วารสารวิชาการบัณฑิต. 2, ฉ.1 (2549): 83–92.
Chapman, J.D., et al. The Reconstruction of Education. London: Redwood Books Limited, 1996.
Fry, G. Wisalaporn, S. and Lertpaitoon, S. Management of Education. In Thailand: A Review and Recommendations for an Implementation Strategy for Decentralization. Photocopied.: n.p., 1999.
Lundgren, UIF P. and Mattsson, K. Decentralization by or for School Improvement, in The Reconstruction of Education. London: Redwood Bcoks Limited, 1996.
Rondinelli, D.A., Nelson, J.R. and Cheema, G.S. Decentralization in Developing Countries: a Review of Recent Experience. Washington, D.C.: World Bank, Staff Working Paper No. 581, 1984.