จริยธรรมการตีพิมพ์

วารสารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานด้านจริยธรรมในการตีพิมพ์สูงสุด ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานด้านจริยธรรมในการตีพิมพ์อย่างเคร่งครัด

บทบาทหน้าที่ของผู้นิพนธ์

- ผลงานของผู้นิพนธ์ต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการเสนอ เพื่อพิจารณาเผยแพร่ในวารสารฉบับอื่น
- ผู้นิพนธ์ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่น และต้องมีการอ้างอิงทุกครั้งเมื่อนำผลงานของผู้อื่นมาอ้างอิงในเนื้อหาบทความของตนเอง
- ข้อมูลที่นำเสนอในผลงาน ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากการศึกษาวิจัย ผู้นิพนธ์ต้องไม่บิดเบือน ปลอมแปลง หรือนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ

บทบาทหน้าที่ของบรรณาธิการ

- บรรณาธิการมีการตรวจสอบคุณภาพของบทความก่อนการตีพิมพ์
- บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้นิพนธ์และผู้ประเมินบทความในช่วงระยะเวลาของการประเมินบทความ
- บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์หรือผู้ประเมิน
- บรรณาธิการต้องไม่ตีพิมพ์บทความที่เคยตีพิมพ์ที่อื่นมาแล้ว

บทบาทหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ

- ผู้ประเมินบทความ ควรประเมินบทความในสาขาวิชาที่ตนมีความเชี่ยวชาญ
- ผู้ประเมินบทความไม่ควรใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความวิจัย
- หากมีส่วนใดของบทความที่มีความเหมือนหรือซ้ำซ้อนกับบทความอื่นๆ ผู้ประเมินต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบด้วย

นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Policy)
วารสารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ (MBA-KKU Journal)

วารสารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการตระหนักถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในกระบวนการผลิตองค์ความรู้ทางวิชาการ โดยเฉพาะในสาขาบริหารธุรกิจและการจัดการซึ่งให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล และการสร้างองค์ความรู้ที่มีคุณค่าทางปฏิบัติควบคู่กับความเข้มงวดทางวิชาการ ด้วยเหตุนี้ วารสารจึงได้กำหนดนโยบายการใช้ AI ฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตีพิมพ์ทุกฝ่าย

หมวดที่ 1 การใช้ AI สำหรับผู้นิพนธ์บทความ

ผู้นิพนธ์สามารถใช้เครื่องมือ AI เป็นตัวช่วยสนับสนุนกระบวนการนิพนธ์บทความในด้านต่างๆ อาทิ การตรวจสอบไวยากรณ์ การปรับโครงสร้างภาษาให้มีความชัดเจน หรือการสังเคราะห์ข้อมูลในขั้นต้น อย่างไรก็ตาม เครื่องมือ AI ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้นิพนธ์หลักหรือตัวแทนของผู้นิพนธ์ได้ ทั้งนี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งเจตจำนงและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ในการผลิตองค์ความรู้ทางบริหารธุรกิจที่มีนัยสำคัญต่อวงวิชาการและภาคปฏิบัติ

ผู้นิพนธ์มีหน้าที่รับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมดของบทความอย่างครบถ้วน ทั้งในประเด็นความถูกต้อง ความสมบูรณ์ และความเหมาะสมทางจริยธรรมทางวิชาการ ในกรณีที่มีการใช้ AI ช่วยสร้างหรือวิเคราะห์เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่ง ผู้นิพนธ์จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาดังกล่าวมีความเป็นต้นฉบับ ไม่ละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาหรือจรรยาบรรณทางวิชาการ และมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

การเปิดเผยการใช้เครื่องมือ AI ต้องดำเนินการด้วยความชัดเจนและโปร่งใส โดยระบุรายละเอียดไว้ในส่วนที่เกี่ยวข้องของบทความ เช่น บทคัดย่อหรือส่วนวิธีดำเนินการวิจัย ในกรณีที่มีการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สร้างตาราง หรือสร้างภาพประกอบ บทความควรระบุคำสั่ง (Prompt) ที่ใช้ในการสร้างเนื้อหาดังกล่าวไว้ด้วย เพื่อความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ สำหรับการใช้ AI เพียงเพื่อตรวจสอบไวยากรณ์หรือปรับสำนวนภาษาโดยไม่ส่งผลต่อเนื้อหาสาระหลักของบทความ ผู้นิพนธ์ไม่จำเป็นต้องแจ้งเป็นการเฉพาะ

หมวดที่ 2 การใช้ AI สำหรับผู้ประเมินบทความ

ผู้ประเมินบทความต้องไม่นำต้นฉบับหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความเข้าสู่เครื่องมือ AI ไม่ว่าในรูปแบบใด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการละเมิดความลับของข้อมูลและสิทธิส่วนบุคคลของผู้นิพนธ์ นอกจากนี้ ผู้ประเมินไม่ควรใช้ AI ในการวิเคราะห์เนื้อหาหรือสรุปผลการประเมินบทความ เนื่องจากกระบวนการประเมินคุณภาพงานวิชาการจำเป็นต้องอาศัยวิจารณญาณและความเข้าใจเชิงวิพากษ์ของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์เป็นสำคัญ ทั้งนี้ ผู้ประเมินยังคงสามารถใช้ AI เพื่อตรวจสอบไวยากรณ์หรือความชัดเจนของภาษาในรายงานผลการประเมินของตนเองได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์เนื้อหาทางวิชาการ

หมวดที่ 3 การใช้ AI สำหรับกองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการต้องไม่นำต้นฉบับบทความเข้าสู่เครื่องมือ AI สาธารณะ เว้นแต่เป็นการใช้เครื่องมือเฉพาะทางสำหรับตรวจสอบการใช้ AI ในบทความ ซึ่งต้องเป็นเครื่องมือที่มีมาตรฐานความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบที่ได้รับการยอมรับ และสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้นิพนธ์ได้อย่างเหมาะสม กองบรรณาธิการควรมีแนวทางหรือเครื่องมือสำหรับตรวจสอบลักษณะการใช้ AI ที่ไม่เหมาะสมในบทความ โดยเฉพาะกรณีที่เนื้อหามีลักษณะผิดปกติ เช่น การนำเสนอเนื้อหาที่ปราศจากแหล่งอ้างอิงรองรับ การใช้ภาพประกอบที่สร้างขึ้นโดยระบบอัตโนมัติโดยไม่มีการเปิดเผย หรือลักษณะภาษาที่บ่งชี้ถึงการสร้างเนื้อหาแบบอัตโนมัติทั้งหมด ทั้งนี้ กองบรรณาธิการสามารถใช้ AI เพื่อสนับสนุนงานด้านเทคนิค อาทิ การตรวจสอบไวยากรณ์หรือการจัดการเอกสาร โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจทางวิชาการซึ่งต้องอาศัยดุลยพินิจของกองบรรณาธิการเป็นหลัก

หมวดที่ 4 แนวทางการพิจารณาบทความที่มีการใช้ AI

วารสารจะไม่รับพิจารณาหรือดำเนินการตีพิมพ์บทความที่ใช้ AI ในการสร้างเนื้อหาทั้งหมดโดยปราศจากการควบคุมหรือตรวจสอบจากมนุษย์อย่างเหมาะสม รวมทั้งสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธบทความที่ผู้นิพนธ์ไม่เปิดเผยข้อมูลการใช้ AI ตามที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน หรือไม่แสดงความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่นำเสนอเพื่อเผยแพร่

ในกรณีที่ผู้นิพนธ์มีความเห็นแตกต่างจากผลการพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI ผู้นิพนธ์สามารถยื่นคำร้องโต้แย้งพร้อมหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อให้กองบรรณาธิการพิจารณาทบทวน หากกองบรรณาธิการเห็นว่าเหตุผลที่นำเสนอมีความสมเหตุสมผล อาจมีการเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ผลการตัดสินของกองบรรณาธิการให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

หากภายหลังการตีพิมพ์พบว่าบทความมีการใช้ AI ในลักษณะที่ละเมิดนโยบายฉบับนี้ วารสารสงวนสิทธิ์ในการเพิกถอนการเผยแพร่บทความดังกล่าว (Retraction) พร้อมทั้งประกาศเหตุผลของการเพิกถอนอย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ของวารสาร เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของกระบวนการตีพิมพ์ทางวิชาการ

**หมายเหตุ:** นโยบายฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงและดัดแปลงจากแนวปฏิบัติของ COPE Council (https://doi.org/10.24318/cCVRZBms) และ World Association of Medical Editors (https://wame.org/page3.php?id=106) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของวารสารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ (ปรับปรุงล่าสุดวันที่ 8 กรกฎาคม 2569)