เทคนิคการบรรเลงและการตีความบทเพลงพระอภัยมณี สำหรับเดี่ยวเปียโน ประพันธ์โดย เด่น อยู่ประเสริฐ
คำสำคัญ:
เด่น อยู่ประเสริฐ, พระอภัยมณี, วรรณกรรมเพลงเปียโน, การเดี่ยวเปียโนบทคัดย่อ
ที่มาและวัตถุประสงค์ : บทความวิจัยนี้เป็นการค้นคว้าเกี่ยวกับเทคนิคการบรรเลง การวิเคราะห์ตีความบทเพลงในแบบฉบับของผู้เขียน ต่อการเดี่ยวเปียโนเพลงพระอภัยมณี ของรองศาสตราจารย์ ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ ซึ่งแนวทางการประพันธ์ผลงานชิ้นนี้เป็นไปตามหลักทฤษฎีดนตรีตะวันตกโดยมีแรงบันดาลใจจากฉากและตัวละครในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณี ผลงานชิ้นเอกของสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บทเพลงประกอบด้วยเพลงย่อย 10 ท่อน ซึ่งแต่ละท่อนแสดงถึงอารมณ์และบุคลิกของตัวละครด้วยจังหวะ ท่วงทำนอง และเทคนิคการบรรเลงที่หลากหลาย บทความวิจัยนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาวิธีการบรรเลงเปียโนในแบบฉบับดนตรีคลาสสิก ให้มีความเชื่อมโยงและสามารถสื่ออารมณ์ได้ในวรรณคดีไทยดังกล่าว เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติและวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีที่เป็นแรงบันดาลใจในการประพันธ์บทเพลงพระอภัยมณี เพื่อพัฒนาเทคนิคการบรรเลงและการตีความที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและอารมณ์ของบทเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยโดยการเผยแพร่บทเพลงในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาทักษะการบรรเลงเปียโนของผู้วิจัยผ่านกระบวนการฝึกซ้อมและการตีความบทเพลง และเพื่อเป็นแนวทางในการบรรเลงและศึกษาสำหรับนักดนตรีที่สนใจบทเพลงเปียโนร่วมสมัย
วิธีการศึกษา : งานวิจัยนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโอกาสในการแสดงเปียโนในระดับนานาชาติ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีวิธีการวิจัยดังนี้ 1) ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี รวมไปถึงบุคลิกตัวละครและเนื้อหาเรื่องราวในเรื่องทั้งหมด 2) ค้นคว้าหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบทเพลงดังกล่าวและศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประมวลผล 3) ทำการฝึกหัดการบรรเลง ตีความบทเพลงเพื่อทดลองหาแนวทางการบรรเลงบทเพลง 4) จัดทำการแสดง เผยแพร่บทเพลงต่อสาธารณชน 5) สรุปผลการวิจัยและนำเสนองานในรูปแบบบทความวิจัยทางวารสารวิชาการ
ผลการศึกษา : งานวิจัยนี้ค้นพบข้อสำคัญหลายประการ ได้แก่ 1) การผสมผสานทางวัฒนธรรมและดนตรี บทประพันธ์สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวในวรรณคดีไทยกับดนตรีคลาสสิกตะวันตกได้อย่างลงตัว โดยใช้โครงสร้างเสียงประสานและบันไดเสียงแบบตะวันตก เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และบุคลิกของตัวละคร อีกทั้งผู้ประพันธ์สามารถหลอมรวมเรื่องราวในวรรณคดีให้เข้ากับเทคนิคการบรรเลงเปียโนแบบตะวันตกได้อย่างชำนาญและลงตัว ก่อให้เกิดผลงานดนตรีที่มีเอกลักษณ์ 2) เทคนิคการบรรเลงที่มีประสิทธิภาพ บทความวิจัยได้ระบุเทคนิคการบรรเลงที่ช่วยเพิ่มการถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวของแต่ละท่อนเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การใช้ staccato เพื่อแสดงถึงตัวละครที่มีพลังและความขี้เล่น การใช้ legato และ rubato เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ที่อ่อนโยนและไพเราะ การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักเสียงและอัตราจังหวะ เพื่อสื่อถึงอารมณ์ที่สับสนในบทเพลง การใช้ Polyrhythm เพื่อสร้างบรรยากาศและฉากที่เต็มไปด้วยความลึกลับ เทคนิคเหล่านี้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและอารมณ์ของแต่ละท่อนเพลงได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมและเกิดความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับดนตรีมากยิ่งขึ้น 3) ผลตอบรับจากผู้ฟัง การแสดงบทเพลงนี้ต่อสาธารณชนได้รับผลตอบรับเชิงบวก โดยผู้ฟังสามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของบทเพลง การผสมผสานระหว่างเรื่องราวในวรรณคดีไทยกับการนำเสนอผ่านดนตรีคลาสสิกตะวันตก สร้างประสบการณ์ทางดนตรีที่แปลกใหม่และน่าสนใจ ช่วยเพิ่มการยอมรับและความชื่นชมในดนตรีคลาสสิกของไทยบนเวทีระดับนานาชาติ
บทสรุป : บทความวิจัยนี้ ผู้วิจัยเผยแพร่เทคนิคการบรรเลงและการตีความบทเพลงพระอภัยมณี ซึ่งประพันธ์โดย เด่น อยู่ประเสริฐ โดยอิงตามทฤษฎีดนตรีตะวันตก และได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ ผลงานประกอบด้วย 10 ท่อนเพลง ผู้วิจัยได้ศึกษาประวัติของวรรณคดี รวมถึงการวิเคราะห์บทเพลงเพื่อความเข้าใจอารมณ์และบุคลิกของแต่ละทำนอง ส่งผลให้เลือกใช้เทคนิคการบรรเลงที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะการบรรเลงแล้ว ยังช่วยให้การถ่ายทอดบทเพลงมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การศึกษาบทเพลงดังกล่าวและการแสดงผลงานในที่สาธารณะยังมีเป้าหมายในการสืบสานและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านดนตรีคลาสสิก หลังการแสดงพบว่าการวิเคราะห์และตีความบทเพลงสามารถนำไปใช้ได้จริง และช่วยให้การถ่ายทอดบทเพลงชัดเจนมากขึ้น การเลือกใช้เทคนิคการบรรเลงที่เหมาะสมทำให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวของบทเพลงไปยังผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผลตอบรับจากผู้ฟังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ฟังสามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของบทเพลงได้ชัดเจนขึ้นจากการตีความและเทคนิคการแสดงที่เลือกใช้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตีความในกระบวนการบรรเลงเพลงคลาสสิก การศึกษาครั้งนี้จึงเป็นแนวทางสำหรับนักดนตรีที่ต้องการพัฒนาการตีความบทเพลงไทยร่วมสมัยและการนำเสนอในบริบทของดนตรีคลาสสิก ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์และอนุรักษ์ดนตรีไทยในระดับนานาชาติได้ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Mathes, James. The Analysis of Musical Form. New Jersey: Pearson Prentice Hall, 2007.
Pancharoen, Natchar. Music Dictionary. 5th ed. Bangkok: Tana Press, 2021. (in Thai)
Rangsit University, Conservatory of Music. “Faculty and Staff.” Last modified 2019. https://music.rsu.ac.th/about-us-administration-detail.php?id=5. (in Thai)
Sitalayan, Ramasoon. 4 Ballades from Thai Literature for Piano Solo. Bangkok: Tana Press, 2019. (in Thai)
Srikaew, Chaivat. The Story of Phra Abhai Mani. Bangkok: Watana Panich Press, 2006. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความ บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นทัศนะของผู้เขียน
กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่รับผิดชอบต่อบทความนั้น


