รูปแบบการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้้มีวัตถุุประสงค์มีเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Services: EMS) ของประเทศไทย 2) ศึกษารููปแบบการจัดการของ EMS ของประเทศไทยที่ควรจะเป็น 3) ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมทางด้านกฎหมายและศีล ธรรมจรรยาของรููปแบบการจัดการ EMS ของประเทศไทย วิธีการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการศึกษาจากเอกสาร (Documentary Study) และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-Depth Interview) ในกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการแพทย์ฉุกเฉินจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 20 คน เครื่องมือที่่ใช้้ในการวิจัย ได้แก่ คำถามกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูล โดยวิธีการจำแนกประเภท (Typological Analysis) และการเปรียบเทียบข้อมูล (Comparative Analysis) แล้วนำเสนอรููปแบบการจัดการ EMS ของประเทศไทย โดยนำแนวคิดทฤษฎี 7’S Framework of McKinsey มาใช้เป็นกรอบแนวทางในการศึกษา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระบบ EMS ของประเทศไทยควรมีการผสมผสานรููปแบบ Franco-German (FG) model, Anglo-American (AA) model และ Fire Based Design: มีกฎ หมายเฉพาะ มีทิศทางตามนโยบายและ โครงสร้างการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ควรส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โดยจัดให้มีบริการฟรีผ่านหมายเลข 1669 เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินเข้าถึงบริการได้อย่างมีมาตรฐาน โดยมีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดระบบปฏิบัติการฉุกเฉินในภาพรวมประเทศ และมีกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน มีข้อเสนอแนะ ให้มีการพัฒนารููปแบบการจัดการ EMS ของประเทศไทยให้มีความเหมาะสมทางด้านกฎหมายและศีล ธรรมจรรยา ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1) การกำหนดยุทธศาสตร์(Strategy) 2) การออกแบบโครงสร้าง (Structure) 3) การออกแบบระบบปฏิบัติงาน (System) 4) การออกแบบการบริหารงาน (Style) 5) การออกแบบการบริหารงานบุคคล (Staff) 6) การบริหารทักษะความสามารถ (Skill) 7) การออกแบบค่านิยมร่วม (Share Value) เพื่อให้องค์กรมี ความเป็นเลิศ ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) มีการพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง 2) ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย 3P (Patient Safety, Personnel Safety, Public Safety) และ 3) มี จริยธรรมและจรรยาบรรณ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ภาพ ตาราง กราฟ ข้อเขียน หรือความคิดเห็นในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนไม่ผูกพันกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และทางวิชาการแต่อย่างใด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2561) สถิติสาธารณสุข พ.ศ.2561.
กัญญา วังศรี. (2556). การบริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย. ศรีนครินทร์เวชสาร, 28(4), 69-73.
จารุวรรณ ธาดาเดช, สิริมา มงคลสัมฤทธิ์, และไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล. (2557). วิวัฒนาการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ.
“พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551” (2551, 6 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอนที่ 44 ก. หน้า 1-17
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. (2561). โครงการสำรวจการรับรู้และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการต่อระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. จาก https://www2.niems.go.th/th/View/ContentDetails.aspx?CateId=113&ContentId=25620522040544596&Page=0
วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2553). การวิจัยพัฒนารูปแบบ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 2(4), 1-15
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2561). แผนหลักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ฉบับที่่ 3.1 พ.ศ.2562-2564 (ปรับปรุงจากแผนหลักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ฉบับที่่ 3 พ.ศ.2560-2564). นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.
สุพรรณี ไชยอัมพร. (2552). การวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อการพัฒนา: แนวความคิด วิธีการและการประยุกต์ใช้. กรุงเทพฯ:แผนกการพิมพ์ วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี.
สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย และเครือสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2556). รายงานการ ทบทวนการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินต่างประเทศ ภายใต้โครงการ “การทบทวนประสบการณ์ต่างประเทศ ในการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.
สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร. (2562) รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของกระทรวงคมนาคม พ.ศ.2561.