การจัดทำแบบประเมินขีดความสามารถของกองทัพไทยในการป้องกันประเทศ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง “การจัดทำแบบประเมินขีดความสามารถของกองทัพไทยในการป้องกันประเทศ” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาหลักการและแนวคิดเกี่ยวกับขีดความสามารถของกองทัพในการป้องกันประเทศ 2) ศึกษาแบบประเมินขีดความสามารถที่เหมาะสมของกองทัพไทยในการป้องกันประเทศ และ 3) ข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแบบประเมินขีดความสามารถของกองทัพไทยในการป้องกันประเทศ โดยมีรูปแบบการวิจัยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ โดยวิธีประชุมระดมสมอง และสนทนากลุ่มย่อย เพื่อรวบรวมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการทหาร นักวิชาการ ด้านการจัดทำตัวชี้วัด และนายทหารที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับนโยบาย กระทรวงกลาโหม (กห.) กองบัญชาการ กองทัพไทย (บก.ทท.) และเหล่าทัพ ผลการศึกษาหลักการและแนวคิดเกี่ยวกับขีดความสามารถของกองทัพในการป้องกันประเทศ พิจารณาจากกรอบ 3 ประเทศ ได้แก่ 1) แนวทางพัฒนาขีดความสามารถของ กห.สหรัฐฯ ภายใต้กรอบ DOTMLPF-P Domain 2) แนวทางพัฒนาขีดความสามารถของ กห.สหราชอาณาจักร โดยกรอบ Defence Line of Development (DLOD) และ 3) หลักพื้นฐานในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพของประเทศออสเตรเลีย (Fundamental Input Capability: FIC)
ผลการศึกษาแบบประเมินขีดความสามารถที่เหมาะสมของกองทัพไทยในการป้องกันประเทศ ทำให้ทราบถึงปัจจัยหลักและปัจจัยรองในการประเมินขีดความสามารถที่ต้องการในการป้องกันประเทศของแต่ละเหล่าทัพ กองทัพบก (ทบ.) มีปัจจัยหลักในการประเมินขีดความสามารถที่ต้องการในการป้องกันประเทศของกองทัพไทย 10 ปัจจัย ได้แก่ 1) หลักนิยม 2) องค์กร 3) การฝึก 4) เครื่องมือ 5) ความเป็นผู้นำ 6) กำลังพล 7) สิ่งอำนวยความสะดวก 8) การขนส่ง 9) นโยบาย และ 10) อุตสาหกรรม กองทัพเรือ (ทร.) มีปัจจัยหลักในการประเมินขีดความสามารถที่ต้องการในการป้องกัน ประเทศของกองทัพไทย 5 ปัจจัย ได้แก่ 1) อุปกรณ์และเครื่องมือ 2) กำลังพล 3) การขนส่งและการสนับสนุน 4) หลักนิยม และการฝึกอบรม และ 5) สถาปัตยกรรมองค์กร กองทัพอากาศ (ทอ.) ปัจจัยหลักในการประเมินขีดความสามารถที่ต้องการในการป้องกันประเทศของกองทัพไทย 8 ปัจจัย ได้แก่ 1) หลักนิยม 2) การฝึก 3) ยุทโธปกรณ์ 4) การสั่งการและ การจัดการ 5) กำลังพล 6) การขนส่ง 7) ข้อมูล และ 8) อวกาศ และไซเบอร์ กองบัญชาการกองทัพไทยและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (บก.ทท. และ สป.) ปัจจัยหลักในการประเมินขีดความสามารถที่ต้องการในการป้องกันประเทศ ของกองทัพไทย 11 ปัจจัย ได้แก่ 1) หลักนิยม 2) องค์กร และการจัดการ 3) การฝึก 4) อุปกรณ์และเครื่องมือ 5) ความเป็นผู้นำความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน 6) กำลังพล 7) สิ่งอำนวยความสะดวก 8) ความยั่งยืน 9) นโยบายและสั่งการ 10) ข้อมูลและความมั่นคงทางไซเบอร์ และ 11) อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการจัดหา
ข้อเสนอแนะแนวทางการจัดทำแบบประเมินขีดความสามารถของกองทัพไทยในการป้องกันประเทศ ประกอบด้วย 7 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) กรอบแนวคิด2) โครงสร้างการจัด 3) บุคลากร และลักษณะผู้นำ 4) ยุทโธปกรณ์และสิ่งอุปกรณ์ 5) การส่งกำลังบำรุงและสิ่งอำนวยความสะดวก 6) การฝึก 7) การควบคุมบังคับบัญชาและการบริหารจัดการ (ปกติ/ตามแผนฯ) ดังนั้น เพื่อให้ผลการวิจัยนำไปสู่การปฏิบัติและใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมตามจุดมุ่งหมายที่มุ่งให้กองทัพมีแบบประเมิน ขีดความสามารถของกองทัพในการป้องกันประเทศที่เป็น มาตรฐานกลางที่แต่ละเหล่าทัพสามารถนำไปใช้ในการประเมินขีดความสามารถ เพื่อให้สามารถประมวลผลลัพธ์ในภาพรวมถึงความพร้อมของกองทัพในการรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ซึ่งจะบรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติต่อระดับความพร้อมของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงการจัดอันดับแสนยานุภาพทางทหารของประเทศไทยใน Global Firepower อีกด้วย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ภาพ ตาราง กราฟ ข้อเขียน หรือความคิดเห็นในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนไม่ผูกพันกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และทางวิชาการแต่อย่างใด
เอกสารอ้างอิง
วิทยาลัยการทัพบก. (2561). การปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือการสงคราม. สืบค้นจาก http://www.geocities.ws/cgscsos/Mootw2.pdf
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2553). คู่มือการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองประจำปีงบประมาณ. สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2566, จาก https://www.opdc.go.th/content/filelist/MTMz
สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์. (2566). การจัดทำแบบประเมินขีดความสามารถของกองทัพไทยในการป้องกันประเทศ (เอกสารวิจัย).
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพฯ.
Australian Government Department of Defence. (2012). Defence Capability Manual. Retrieved September 20, 2022 from http://www.defence.gov.au/business-industry/industry-governance/defencecapability-manual
Global Fire Power. (2023). Military Strength Ranking. Retrieved January 10, 2023 from https://www.globalfirepower.com/countries-listing.php
UK Ministry of Defence. (2010). Defence Line of Development. Retrieved January 10, 2023 from http://trak-community.org/index.php/wiki/Defence_Line_of_Development
United States Army. (2018). The U.S. Army in Multi-Domain Operations 2028. Retrieved January 7, 2023 from https://adminpubs.tradoc.army.mil/pamphlets/TP525-3-1.pdf