องค์ความรู้และการถ่ายทอดภูมิปัญญา ด้านการรักษาโรคกระดูก : พหุกรณีศึกษาหมอพื้นบ้าน จังหวัดลพบุรี

ผู้แต่ง

  • วสัน ปุ่นผล, ไตรมาศ พูลผล และสุริวิภาวรรณ ขุนพิลึก คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

คำสำคัญ:

ภูมิปัญญา, โรคกระดูก, หมอพื้นบ้าน

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง องค์ความรู้และการถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านการรักษาโรคกระดูก :  พหุกรณีศึกษาหมอพื้นบ้าน จังหวัดลพบุรี  ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ด้วยกันทั้งสิ้นสี่ข้อ คือ ข้อแรกเพื่อศึกษาถึงคุณลักษณะของหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก โดยใช้ยาสมุนไพรเพื่อการรักษา ข้อที่สอง เพื่อศึกษากระบวนการก้าวผ่านสู่การเป็นหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก (การถ่ายทอด และสั่งสมประสบการณ์) ข้อที่สาม เพื่อศึกษาถึงองค์ความรู้ของการรักษาโรคกระดูก โดยใช้วิธีการรักษาแบบพื้นบ้าน และใช้ยาสมุนไพรเพื่อการรักษา และข้อสี่ เพื่อศึกษาถึงทัศนะ และบริบททางสังคมที่มีต่อการรักษาโรคกระดูก โดยวิธีการรักษาแบบพื้นบ้าน และใช้ยาสมุนไพร

 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ แบบแผนพหุกรณี (Multi-Case Studies) กรณีศึกษาคือ  หมอเคลิ้ม เกิดกูล และหมอสุนทร   นิ่มน้อม  ซึ่งวิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย  6 ขั้นตอนคือ 1)  การเลือกบุคคล (หมอพื้นบ้าน รักษากระดูก) ที่จะศึกษา  2)  การกำหนดแหล่งข้อมูล 3)  เครื่องมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล   4) การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล             5) การวิเคราะห์ข้อมูล 6) การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล

          ผลการวิจัย

  1. คุณลักษณะของหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก ที่ประชาชนยอมรับและศรัทธาประกอบด้วย
    • บุคลิกภาพ พบว่าหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพดี มีการยิ้มแย้มแจ่มใส รู้จักที่

จะติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ด้วยดี  มีจิตวิทยาในการสื่อสาร สามารถที่จะสื่อสารกับคนไข้และญาติของคนไข้ได้อย่างเข้าใจ  มีการแต่งกายตามสภาพการดำเนินชีวิตปกติ นอกจากนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีสมาธิดี ไม่วอกแวก มีความใจเย็นเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

                        1.2 ระดับการศึกษา พบว่าในเรื่องของการศึกษาไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญหรือเป็นประเด็นหลักที่จะทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก หรือไม่หากแต่การจะเป็นหมอนั้นจะมีต้องมีความรู้เพียงพอที่จะอ่านออกเขียนได้  และจะต้องมีความขวนขวายที่จะแสวงหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง  

                        1.3  ความสามารถรอบรู้ ผู้ที่จะเป็นหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกนั้น จะต้องมีความสามารถในการรักษาโรคกระดูก และควรที่จะต้องมีความสามารถพิเศษอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น การตรวจดูดวงชะตาเหล่านี้เป็นต้น แต่ก็พบว่าว่าความสามารถพิเศษเหล่านี้มิใช่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ประชาชนยอมรับในตัวของหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกคนนั้น หากแต่ขึ้นอยู่กับผลของการรักษาอาการบาดเจ็บทางกระดูกของหมอคนนั้นเป็นสำคัญ

  1. กระบวนการก้าวผ่านสู่การเป็นหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก

                        2.1  มูลเหตุจูงใจ   พบว่าเกิดจากปัจจัยที่สำคัญ 4 ประการคือ

                           1) การที่บุคคลนั้นได้ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก

                           2) การที่เห็นประโยชน์ของวิชาความรู้ด้านหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก

                          3) ความประทับใจที่เกิดขึ้นต่อวิชาชีพ อันเกิดจากความประทับใจในการรักษาของหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกและ ความประทับใจในตัวของหมอหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก

                        4) ความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเองที่ได้รับเกียรติให้สืบทอดความรู้ด้านหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก จากบุคคลที่เป็นหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกอยู่เดิม     

                    2.2  กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้  พบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นการถ่ายทอดภายในระบบเครือญาติ หรือเป็นการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งของวงศ์ตระกูล  การถ่ายทอดข้ามเครือญาติ หรือการถ่ายทอดให้กับบุคคลอื่นที่มิใช่ทายาทโดยตรงมีน้อย หากจะมีเกิดขึ้นก็เป็นเพราะทายาทในวงศ์ตระกูลไม่มีผู้ใดรับที่จะสืบต่อองค์ความรู้ดังกล่าว จึงจะมีการถ่ายทอดให้กับบุคคลอื่น แต่ถึงกระนั้นก็พบว่าการถ่ายทอดดังกล่าวนั้น จะเน้นให้กับบุคคลที่ผู้ถ่ายทอดมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือมีความเมตตากรุณาเป็นพิเศษเท่านั้น มิใช่ถ่ายทอดให้กับบุคคลใดก็ได้ที่สนใจ  

                       2.3  การสั่งสมประสบการณ์ จะเกิดขึ้นตลอดเวลา หลังจากที่ได้ก้าวผ่านเข้าสู่การเป็นหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษ หรือผู้รู้คนอื่นๆ แล้วพบว่าการเรียนรู้หรือสั่งสมประสบการณ์ใหม่นั้น แหล่งความรู้ที่หมอพื้นบ้าน รักษากระดูกแต่ละคนจะได้รับและเกิดการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะได้รับจากประสบการณ์ตรงที่ได้รักษาคนไข้ เป็นการรักษาแบบลองผิดลองถูก แล้วเกิดเป็นองค์ความรู้เพิ่มเติม หรือบางคนอาจจะได้รับจากแหล่งความรู้อื่นๆ  เช่นตำราการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งได้จารหรือจารึกไว้ หรืออาจจะได้ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้กับหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก คนอื่นๆ เพิ่มเติมก็ได้   

  1. องค์ความรู้ของการรักษาโรคกระดูก
  • ขั้นตอนและวิธีการรักษา ขั้นตอนและวิธีการรักษาของหมอกระดูกแต่ละคนอาจแตกต่างกันใน

รายละเอียดแต่พบว่ามีลักษณะร่วมที่สำคัญคือ การรักษาอาการป่วยของคนไข้นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการหลักๆ คือ กลุ่มอาการที่มีการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อ กับกลุ่มอาการที่มีการบาดเจ็บทางกระดูก โดยวิธีการรักษาจะใช้น้ำมันมนต์เป็นหลักในการรักษา และมีการใช้ไสยศาสตร์ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยเสมอ โดยในขั้นตอนของการรักษานั้น จะมีการตั้งขันข้าว โดยพบว่าค่าตั้งขันข้าวของหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป

                        3.2  อุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษา อุปกรณ์ที่สำคัญคือ น้ำมันมนต์ มีดหมอ ไม้สักลงอาคม นอกจากนั้นเป็นอุปกรณ์สำหรับทำพิธีอื่นๆ เช่น เทียน ดอกไม้ เหล้า ฯลฯ สำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการรักษาอาการบาดเจ็บทางกระดูกของหมอน้ำมัน คือเฝือก พบว่าหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก จะสร้างเฝือกเอง โดยใช้อุปกรณ์หลักคือ   ไม้ไผ่

            3.3  ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษา ระยะเวลาในการรักษาโรคของหมอพื้นบ้าน รักษากระดูก แต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อและขนบปฏิบัติของหมอคนนั้นๆ โดยทั่วไปจะพบว่าการรักษาโรคของหมอน้ำมันแต่ละคนนั้น จะกินระยะเวลาในการรักษาไม่นานนัก โดยส่วนใหญ่จะเกินครึ่งเดือน

  1. ทัศนะและบริบททางสังคมที่มีต่อการรักษาโรคกระดูกด้วยหมอพื้นบ้าน

                       4.1  ความเชื่อ ความศรัทธาของประชาชน เกิดจากประสบการณ์ตรงของตนเองและคนในครอบครัว

หรือจากคำกล่าวขานร่ำลือของคนอื่นๆ ที่บอกกันต่อๆ กันไป  โดยส่วนใหญ่หมอพื้นบ้าน รักษากระดูกในชุมชนหนึ่งๆ นั้น จะเป็นที่นิยมเชื่อถือศรัทธาจากคนที่อยู่ในชุมชนไกลๆ หรือต่างจังหวัดมากกว่าภายในชุมชนเดียวกัน  และการที่ประชาชนหรือคนไข้จะเกิดความเชื่อและความศรัทธาต่อตัวหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกนั้น จะเกิดจากภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของหมอพื้นบ้าน รักษากระดูกเป็นสำคัญ

     4.2 การแสวงหาแหล่งรักษาของประชาชน  จะมีลักษณะสำคัญอยู่ 2 ประการร่วมกันคือ มารักษาเมื่อ

ได้ผ่านการรักษาจากที่อื่นมาก่อนแล้ว  และโดยส่วนใหญ่มาตามคำแนะนำของญาติพี่น้องหรือคนสนิทที่รู้จัก และการแนะนำมา หรือญาติพี่น้องพามา ไม่ได้มาเพราะการแสวงหาแหล่งรักษาด้วยตนเองเป็นหลัก

         4.3 บริบททางสังคมที่ส่งเสริมความเชื่อและความศรัทธาต่อการรักษาโรคกระดูก ด้วยหมอพื้นบ้าน

มีบริบททางสังคมหลายประการที่ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อและความศรัทธาต่อระบบการแพทย์พื้นบ้าน ครรลองชีวิตของประชาชนยังคงผูกติดกับบริบททางสังคมแบบดั้งเดิม ถึงแม้ว่าในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ จะให้บริบทเหล่านี้เกิดความคลี่คลายไปบ้างก็ตาม แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะล้มล้างความเชื่อ  ความศรัทธา ที่มีต่อระบบการแพทย์พื้นบ้านดั้งเดิมได้   

เอกสารอ้างอิง

ปิยนุช ยอดสมสวย และสุพิมพ์ วงษ์ทองแท้. (2552). การศึกษาภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านในอำเภอองครักษ์
จังหวัดนครนายก. รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นครนายก.

พระวิวัฒน์ ทาวัน. (2551). บทบาทของหมอพื้นบ้านปัจจุบัน : กรณีศึกษาหมอพื้นบ้านในอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, กรุงเทพฯ.

มีชัย จริยะนรวิชช์. (2543). ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านในการรักษาโรคกระดูก กรณีศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม

เรณุกา ศรีผ่องงาม. (2545). การรักษากระดูกแบบโบราณของหมอพื้นบ้าน สุทัน จันหมายดี. วารสารจอมสุรินทร์ 2(9).

วรวัฒน์ ทิพจ้อย. (2557). ภูมิปัญญาของหมอน้ำมนต์พื้นบ้านในการรักษาโรคกระดูกจากอุบัติเหตุศึกษาเฉพาะ

นายประเสริฐ ผลาพฤกษ์. สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, อุดรธานี

อรอุษา ปุณยบุรณะ (2550). การศึกษาภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านไทย : กรณีศึกษาการดูแลรักษาผู้ป่วยที่กระดูกหัก. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, ปัตตานี

Iacona MV.Osteoporosis. (2007). J Peri Anessth Nursing.

Tushara, Basaks S, Gajen C, et al. ( 2010) . Ethnomedia uses of Zingiberaceous plants of Northeast India. J of Ethonophamacol

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-23

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย