การสื่อสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กกับผลที่เกิดขึ้นต่อเจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊ก: กรณีศึกษาแฟนเพจเฟซบุ๊กที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • วีรพงษ์ พวงเล็ก

คำสำคัญ:

เฟซบุ๊ก, แฟนเพจเฟซบุ๊ก, กรณีศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษารูปแบบ กระบวนการ และกลยุทธ์ที่ใช้ในการสื่อสารบนแฟนเพจเฟซบุ๊ก และ 2) เพื่อศึกษาผลของเจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊กที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบการศึกษาเฉพาะกรณี (Case Study Method) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกตและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มเจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊ก จำนวน 3 แฟนเพจ และ 2) กลุ่มผู้รับสารที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับแฟนเพจเฟซบุ๊ก จำนวนแฟนเพจละ 5 คน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของแฟนเพจเฟซบุ๊คที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) แฟนเพจที่เน้นขายสินค้าหรือบริการ และ 2) แฟนเพจที่ไม่เน้นขายสินค้าหรือบริการ ส่วนกระบวนการสร้างแฟนเพจเฟซบุ๊กให้ได้รับความนิยม มีขั้นตอน 3 ประการ ได้แก่ 1) หาแนวคิดและสร้างบุคลิกให้กับแฟนเพจเพื่อสร้างจุดยืนให้แตกต่างจากเพจอื่น 2) สร้างเนื้อหาดีที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และ  3) ทุ่มซื้อโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิก  โดยกลยุทธ์ที่ใช้สร้างแฟนเพจที่เน้นขายสินค้าหรือบริการพบกลยุทธ์ 5 ประการ ได้แก่ 1) ขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ต้องนำเสนอสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการด้วย 2) สินค้าที่ขายในเพจต้องแน่จริง 3) โพสต์ตัวอย่างสินค้า (Teaser) 4) แสดงข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน และ 5) นำเสนอรีวิว (Review) สินค้าที่ลูกค้าซื้อไปใช้  ส่วนกลยุทธ์ที่ใช้สร้างแฟนเพจที่ไม่เน้นขายสินค้าหรือบริการพบกลยุทธ์ 7 ประการ ได้แก่ 1) ใช้รูปภาพง่ายเพื่อสร้างรอยยิ้ม 2) ใช้เกร็ดความรู้ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย 3) แฟชั่นใหม่โดนใจวัยมันส์ 4) คำคมโดนใจ 5) นำเสนอเนื้อหาที่สื่อหลักไม่นำเสนอ 6) แบ่งโฟลเดอร์เหมือนคมลัมน์นิตยสาร 7) ลงโพสต์ต่อเนื่องทุกวันอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง ส่วน โดยผลที่เจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊กได้รับมี 3 ประการ ได้แก่ 1) จากความสนุกพุ่งสู่รายได้เสริม 2) จากแฟนเพจกลายเป็นช่องทางการโฆษณา และ 3) ขยายแฟนเพจเฟซบุ๊กสู่รายได้หลัก 

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา แก้วเทพ. (2545). สื่อสารมวลชน: ทฤษฎีและแนวทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จํานงค์ อดิวัฒนสิทธิ์, เฉลียว ฤกษ์รุจิพิมล, ประพีร์ วิริยะสมบูรณ์, เสาวคนธ์ สุดสวาสดิ์, สุดา ภิรมย์แก้ว, และสุรพันธ์ เพชราภา. (2552). สังคมวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพฯ : ภาควิชาสังคมวิทยาและ มานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ชาย โพธิสิตา. (2554). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

ภัทรา เรืองสวัสดิ์. (2553). รูปแบบการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์ ว.ม. (การจัดการสื่อสารองค์กร). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ถ่ายเอกสาร

รัชญา จันทะรัง. (2554). การบริหารการสื่อสารตราสินค้าบนแฟนเพจของเว็บไซต์เครือข่าวสังคมออนไลน์ “เฟซบุ๊ค” : กรณีศึกษา GTH. ปริญญานิพนธ์ ว.ม. (การบริหารสื่อสารมวลชน). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ. (2556). พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ของคนกรุงเทพฯ. สืบค้นเมื่อ 25 มิถุนายน 2560, จากhttp://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330053748&grpid=03&catid=03

สุพัตรา สุภาพ. (2540). สังคมวิทยา. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพาณิชย์.

Carr, C. T., & Hayes, R. A. (2015). Social media: Defining, developing, and divining, Atlantic Journal of Communication, 23(1), 46-65.

Global Digital Report. (2018). Retrieved May 25, 2018, from https://digitalreport.wearesocial.com

Kotler, P. and Lee, R.N. (2008). Social Marketing Influencing Behaviors for Good. 3rd ed. New York: Sage Publications Inc.

Miles, M. B.,& Huberman, A. M. (1994). Qualitative Data Analysis: an Expanded Sourcebook. Thousand Oaks, CA: SAGE.

Weber, L. (2007). Marketing to the Social Web. New Jersey: John Wiley & Sons, Inc.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-28

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย