เทคนิคการฟ้อนนีโอล้านนา ในละครฟ้อนล้านนา เรื่อง พรหมจักร ของกฤษฏิ์ ชัยศิลบุญ
Abstract
เทคนิคการฟ้อนนีโอล้านนา ของกฤษฏิ์ ชัยศิลบุญ เป็นผลผลิตจากการสร้างสรรค์ละครฟ้อนล้าน นาเรื่อง พรหมจักร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 โดยการใช้ทักษะท่าฟ้อนล้านนาดั้งเดิมที่เคยได้รับการถ่าย ทอดจากพ่อครูแม่ครูช่างฟ้อนในจังหวัดเชียงราย ผนวกกับความรู้ในด้านศิลปะการแสดงตะวันตกที่ได้เรียนรู้จากโรงละครภัทราวดีเธียเตอร์ และความสน ใจในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยเฉพาะด้านวรรณกรรมล้านนา เรื่อง พรหมจักร ชาดกนอกนิบาต นำมาสร้างสรรค์เป็นละครฟ้อนล้านนาที่มีการออกแบบท่าฟ้อนให้กับตัวละครต่างๆ การมีโอกาสจัดแสดงหลายครั้งทำให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานและนักแสดงได้ฝึกทักษะ ปรับปรุง พัฒนาจนเกิดเป็นเทคนิคการฟ้อนนีโอล้านนาของตนเอง ได้แก่ 1. การพัฒนาท่าฟ้อนล้านนาดั้งเดิมจากท่าฟ้อนที่มีความเรียบง่ายให้มีพลังด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าปกติ และนำท่าฟ้อนล้านนาดั้งเดิมที่เป็นจุดเด่นหลายๆ ท่ามาเรียบเรียงเป็น ชุดท่าฟ้อน ไว้ใช้ในการแสดงเพื่อช่วยสร้างการสื่อความ หมาย อาทิ ท่าฟ้อนเกี้ยวพาราสี ท่าฟ้อนกวางคำ ท่าฟ้อนนกยูง ท่าฟ้อนดอกไม้ เป็นต้น 2.การเคลื่อน ไหวร่างกายที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วย 2.1 การเคลื่อนไหวร่างกายที่เชื่องช้าลื่นไหลด้วยการบิดเอวและยกสะโพกทำให้รางกายเป็นรูปตัวเอส (S) การเอนและโน้มตัวไปในทิศทางต่างๆ โดยใช้ไหล่เป็นอวัยวะเอนนำทิศทางไปก่อนแล้วค่อยโน้มศีรษะตามไปในทิศทางเดียวกัน และการไล่ลำดับการเคลื่อน ไหวข้อต่อหัวไหล่ ข้อศอก และข้อมือ ทำให้เกิดลักษณะการเคลื่อนไหวร่างกายที่ดูพลิ้วไหว 2.2 การเคลื่อนไหวแบบรวดเร็ว ว่องไว ฉวัดเฉวียน มีพลัง โดยการทำท่าฟ้อนให้มีจังหวะเร็วและมีพลังเพิ่มมากขึ้น 3. ลักษณะการใช้มือจีบและตั้งวงเหมือนท่าฟ้อนรำทั่วไป แต่ต่างกันที่ระดับของการใช้มือหรือวง โดยส่วนใหญ่มือฟ้อนอยู่ในระดับสูงเหนือศีรษะ และมีการใช้มือลักษณะพิเศษ คือ การจีบนิ้วโป้งกับนิ้วกลางและนิ้วนางให้เหมือนหัวกวาง และการกรีดนิ้วคล้ายกับโนราใต้ 4.การฟ้อนแบบด้นสดโดยให้นักแสดงนำความสามารถทักษะท่าฟ้อนของตนเองแสดงออกมาใช้ทำให้การแสดงเกิดความหลากหลายไม่ตายตัว 5.มีการออกแบบท่ายกที่พัฒนามาจากการขึ้นลอยของการแสดงโขนเพื่อทำให้เกิดความน่าสนใจ 6.การใช้พลังและอารมณ์ของนักแสดงที่สอดคล้องกับบทบาทการแสดง
จากเทคนิคการฟ้อนนีโอล้านนาที่กล่าวมาข้างต้น ได้กลายเป็นแม่แบบในการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงของตัวกฤษฏิ์ ชัยศิลบุญ เอง รวมถึงนักแสดง ทีมงาน และลูกศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดนำความรู้และเทคนิคดังกล่าวไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองในวงกว้าง
References
ชมนาด กิจขันธ์. (2551). การพัฒนานาฏยจารึกนาฏยศัพท์ไทยโดยใช้ระบบของลาบาน. กรุงเทพมหานคร: คณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา.
ชะลูด นิ่มเสมอ. (2531). องค์ประกอบศิลปะ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ อมรินทร์.
ธันยวัฒน์ แพรวงศ์นุกูล, ศิลปะแบบนีโอคลาสสิค (ออนไลน์) . สืบค้นเมื่อ 28 มกราคม 2557 http://worldcivil14.blogspot.com/2014/01/neo-classic.html)
ธีรยุทร ยวงศรี. (2540). การดนตรี การขับ การฟ้อน ล้านนา. เชียงใหม่: สุรวงศ์บุ๊ตเซนเตอร์.
นราพงษ์ จรัสศรี (2548). ประวัตินาฏยศิลป์ตะวันตก. กรุงเทพฯ. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปัทมา ยาชูชีพ และคณะ. (2547). ประวัติและผลงานทางนาฏยศิลป์ของ กฤษฏิ์ ชัยศิลบุญ. (งานวิจัย นาฏศิลป์ 1 ภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
ภัทราวดี มีชูธน. (2561). ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดง สัมภาษณ์.
มาณพ มานะแซม, NEO – LANNA. การกลับมาอย่างมีสีสันของล้านนา, (ออนไลน์). https://www.facebook.com/chiangtung.kengtung.shanstate/posts/845619872229366 สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2561)
แสง มนวิทูร. (2541). นาฏยศาสตร์. กรุงเทพฯ. กรมศิลปากร
อนุกูล โรจนสุขสมบูรณ์. (2549). แนวคิดทฤษฎีการฟ้อมล้านนาแบบใหม่. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏยศิลป์ไทย ภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
Downloads
Published
Issue
Section
License
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร Sarasas Journal of Humanities and Social Science ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
