ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อบทบาทหน้าที่ในการป้องกันประเทศของกองทัพไทย

ผู้แต่ง

  • รองศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

คำสำคัญ:

กองทัพไทย, ทัศนคติของประชาชน, บทบาทหน้าที่ในการป้องกันประเทศ

บทคัดย่อ

วิจัยเรื่องทัศนคติของประชาชนที่มีต่อบทบาทหน้าที่ในการป้องกันประเทศของกองทัพไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของประชาชนที่มีต่อบทบาทหน้าที่ของกองทัพไทย และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อทัศนคติของประชาชนต่อบทบาทหน้าที่ของกองทัพไทย วิธีดำเนินการเป็นการสำรวจทัศนคติของประชาชนที่มีต่อกองทัพไทยด้วยวิธีเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา โดยมีคำถามปลายเปิดเพื่อศึกษาถึงแนวทางการกำหนดบทบาทอันเป็นที่พึงประสงค์ สร้างความพึงพอใจ เชื่อมั่นและศรัทธาแก่ประชาชนที่มีต่อกองทัพไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่หน่วยกองทัพภาคที่ 1 ภาคที่ 2 ภาคที่ 3 ภาคที่ 4 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย จำนวน 600 คนโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของทาโร ยามาเน่ ผลการศึกษาพบว่า กองทัพไทยมีรายงานผลการดำเนินงานของกองทัพประจำปี มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 3.7 ลำดับต่อมาคือกองทัพไทยมีการบริหารทั้งเชิงนโยบายการจัดสรรงบประมาณและการปฏิบัติของบุคลากรเป็นระบบ ตรวจสอบได้ อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 3.66 ลำดับต่อมาคือกองทัพไทยมีระบบจัดการต่อข้อร้องเรียน และชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการแก่สังคม อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 3.65 ลำดับต่อมาคือกองทัพไทยดำเนินงานบนหลักความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 3.64 และลำดับสุดท้ายคือกองทัพไทยมีช่องทางให้ทุกภาคส่วนสามารถตรวจสอบและร้องเรียนการบริหารงานของกองทัพไทย มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 3.59 ทั้งนี้โดยภาพรวมพบว่า ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อกองทัพไทยในการพิทักษ์รักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจ มีค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจมากที่สุดอยู่ที่ 4.1 ลำดับต่อมาคือการปกป้องพิทักษ์รักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.06 อย่างไรก็ดีพบว่าการดำเนินการของกองทัพไทยในด้านการบริหารทั้งเชิงนโยบายการจัดสรรงบประมาณและการปฏิบัติของบุคลากรเป็นระบบ ตรวจสอบได้ การมีระบบจัดการต่อข้อร้องเรียน และชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการแก่สังคม รวมไปถึงการดำเนินงานของกองทัพไทยบนหลักความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และมีช่องทางให้ทุกภาคส่วนสามารถตรวจสอบและร้องเรียนการบริหารงานของกองทัพไทย มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในหัวข้ออื่นๆ โดยแนวทางการพัฒนาเพื่อส่งเสริมทัศนคติอันดีของประชาชนที่มีต่อกองทัพไทย จากผลการศึกษาจากแบบสอบถามปลายเปิดสามารถนำมาสรุปได้ ดังนี้ 1. การสร้างความโปร่งใสในการดำเนินการ 2. การเสริมสร้างนวัตกรรมและต่อยอดการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ 3. การรับฟังเสียงของประชาชน

เอกสารอ้างอิง

กองบัญชาการกองทัพไทย. (2562). วันสถาปนากองบัญชาการทหารสูงสุด. กรุงเทพฯ: กองบัญชาการกองทัพไทย.

กองบัญชาการกองทัพไทย. (2563). แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี กองทัพไทยและกองบัญชาการกองทัพไทย พ.ศ.2559-2562. สืบค้นจาก https://www.rtarf.mi.th/index.php/th/2016-06-23-07-14-52/2016-06-23-07-36-47/82-2018-01-16-04-42-52

กองบัญชาการกองทัพไทย. (2563). นโยบายผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทางทหาร ประจำปีงบประมาณ 2562. สืบค้นจาก https://www.rtarf.mi.th/index.php/th/2016-06-23-07-14-52/2016-06-23-07-36-45

ประยุทธ์ จันทร์โอชา. (2551). กองทัพไทยกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่. กรุงเทพฯ: สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สมพงษ์ นาคทอง, พล.ร.ต. (2560). เทคโนโลยีต่อต้านการก่อการร้ายในศตวรรษที่ 21. สืบค้นจาก http://www.dsdw2016.dsdw.go.th/doc_pr/ndc_2560-2561/PDF/8547st/8547%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%20%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%20%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87.pdf

Bonn, K. E. & Anthony E. B. (2000). Guide to Military Operations Other than War: Tactics, Techniques, and Procedures for Stability and Support operations, Domestic and International. Mechanicsburg, Pennsylvania: Stackpole Books.

Curt, N. (2015). Public Opinion and the Military: A Multivariate Exploration of Attitudes in Texas. Journal of Political and Military Sociology: An Annual Review, 75-105.

Dawes, M. (2008). UNREASONABLE FORCE. Retrieved from https://www.amazon.co.uk/UNDERSTANDING-UNREASONABLE-FORCE-Dawes-2008-01-03/dp/B01K92Q7FK

Katz, D. (1960). The Functional Approach to the Study of Attitudes. Princeton University.

Murphy, G., Murphy, L., & Newcomb, T. (1973). Attitude. Retrieved March 9, 2011, Retrieved from http://www.novabizz.com/NovaAce/Attitude.htm

Norman L. M. (1971). Introduction to Psychology. Boston: Houghton Miffin.

OECD. (2020). OECD Economic Surveys Economic Assessment. Retrieved from https://www.oecd.org/economy/surveys/Economic-assessment-thailand-overview-2020.pdf

Public Sector Economics. (2018). Introduction to the Public Sector Economics 2018 Conference – Fiscal Openness: Transparency, Participation and Accountability in Fiscal Policies. Retrieved from http://www.pse-journal.hr/en/archive/introduction-to-the-public-sector-economics-2018-conference-fiscal-openness-transparency-participation-and-accountability-in-fiscal-policies_3880/

William, C. S. (2017). Communicating to lead and motivate. Business Expert.

Rita, P. (2012). Resilience as a Policy Response to Non-Traditional Security Threats. University of New South Wales, Australian.

Sackett, P. R., & Mavor, A. S. (2003). Attitudes, Aptitudes, and Aspirations of American Youth: Implications for Military Recruitment. Washington, D.C.: National Academies Press.

Samuel. P. H. (1957). The Soldier and the State. Cambridge: Harvard University Press.

Sarigil, Z. (2015). Public Opinion and Attitude toward the Military and Democratic Consolidation in Turkey. Armed Forces & Society, 41(2), 282-306.

Taw, J. M. (1999). Planning for Military Operations Other Than War: Lessons from US Army Efforts. Australian Defence Force Journal, 134, 57–68.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

28-06-2023

รูปแบบการอ้างอิง

ชลายนนาวิน อ. (2023). ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อบทบาทหน้าที่ในการป้องกันประเทศของกองทัพไทย. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และการบริหารสังคม, 31(1), 182–213. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swjournal/article/view/261325

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย