ระบบดูแลสุขภาพจิตแบบอสมดุลและการกีดกันทางสังคม
คำสำคัญ:
ระบบดูแลด้านสุขภาพจิตอสมดุล, การลดความเป็นสถาบัน, การกีดกันทางสังคมบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ต้องการเสนอให้เห็นประเด็นเรื่องการกีดกันทางสังคมที่เกิดขึ้นกับผู้มีประสบการณ์โรคจิตเวชในระบบสุขภาพจิตแบบอสมดุล นับตั้งแต่ ค.ศ. 1970 เป็นต้นมานโยบายสุขภาพจิตในระดับโลกให้ความสำคัญไปที่กับปรับเปลี่ยนระบบดูแลด้านสุขภาพจิตจากเดิมที่ให้บริการในโรงพยาบาลจิตเวชไปสู่การให้บริการในชุมชนซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งโครงสร้างการกระจายทรัพยากรและความคิดที่เป็นแก่นของการเปลี่ยนแปลงซึ่งพัฒนามาจากความคิดของนักวิชาการยุคหลังสมัยใหม่นิยม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของนานาประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศยังคงให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลจิตเวชในขณะที่พยายามสร้างระบบบริการด้านสุขภาพจิตในชุมชนประหนึ่งว่าให้ความสำคัญกับทั้งบริการในโรงพยาบาลและบริการในชุมชนโดยการสร้างเครือข่ายสุขภาพจิตในชุมชน พร้อมทั้งกล่าวว่าประเทศเคยผ่านกระบวนการลดความเป็นสถาบันมาแล้ว ดังนั้นบทความชิ้นนี้พยายามเสนอว่าแม้จะมีการพัฒนาบริการสุขภาพจิตในชุมชน แต่โดยภาพรวมระบบดูแลด้านสุขภาพจิตของไทยก็ยังคงให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลเป็นหลักและตกอยู่ภายใต้ชุดความคิดดั้งเดิมหรือที่ในบทความเรียกว่าระบบดูแลด้านสุขภาพจิตแบบอสมดุล ซึ่งระบบนี้ได้พยายามเข้าไปเบียดขับความรู้ชุดอื่นในชุมชน สร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในการบำบัดรักษาและการจ้างงาน รวมถึงไม่ได้ทำให้การกีดกันระหว่างกันในชุมชนหายไป
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2550). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิตปีงบประมาณ2550. กรุงเทพฯ: เทพเพ็ญวานิลย์
กรมสุขภาพจิต. (2553). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิตปีงบประมาณ2553, 1 สิงหาคม 2565. https://dmh.go.th/download/dmhnews/report2552.pdf
กรมสุขภาพจิต. (2553). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิตปีงบประมาณ2553, 1 สิงหาคม 2565. https://dmh.go.th/download/Ebooks/rpt53.pdf
กรมสุขภาพจิต. (2557). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิตปีงบประมาณ2557. กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลัสซิ่งจำกัด.
กรมสุขภาพจิต. (2558). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิตปีงบประมาณ2558. กรุงเทพฯ: หจก.งานพิมพ์.
กรมสุขภาพจิต. (2560). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิตปีงบประมาณ2560. กรุงเทพฯ: ละม่อมจำกัด.
กรมสุขภาพจิต. (2563). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ2563. กรุงเทพฯ: บริษัทละม่อมจำกัด.
ชัยพร อุโฆษจันทร์. (2558). กระบวนการทำงานของมลทินประทับของผู้ป่วยจิตเวชหลังจำหน่าย ผู้ดูแล และบุคคลแวดล้อมในชุมชนจังหวัดเชียงใหม่, วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชัยพร อุโฆษจันทร์ .(2562). การฟื้นคืนสภาพ การสลับขั้วของอำนาจในแนวคิดด้านสุขภาพจิต. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 39(2), 128-139.
นฤพล ด้วงวิเศษ. (2564). ภววิทยา. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2565, จาก https://www.sac.or.th/portal/th/article/detail/219.
พระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่2) พ.ศ. 2562. (16 เมษายน 2562). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอน 50ก. หน้า 210-218.
สิทธิโชค ชาวไร่เงิน. (2556). ชีวิตในบ้าน “กึ่งวิถีชาย” นิยามสถาบันกับชีวิตใต้ตารางของสมาชิก (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมเกียรติ ตั้งมโน. (2552) .แนวความคิดหลังสมัยใหม่. ตำราประกอบการบรรยายวิชาปรัชญาศิลป์และศิลปะวิจารณ์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2562). คิดอย่างมิเชล ฟูโกต์ คิดอย่างวิพากษ์ (พิมพ์ครั้งที่ 3, ปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สยามปริทัศน์.
Baeza, F. L., da Rocha, N.S., & Fleck, M.P. (2018). Predictors of length of stay in acute psychiatric inpatient facility in a general hospital: a prospective study. Brazilian Journal of Psychiatry, 40(1), 89-96. doi:10.1590/1516-4446-2016-2155.
Bracken, T., & Thomas, P. (2001). Post psychiatry: A new direction for mental health. BMJ Clinical Research, 322(7288), 724-727. Doi 10.1136/bmj.322.7288.724.
Busfield, J. (1989). SEXISM AND PSYCHIATRY. Sociology, 23(3), 343–364. http://www.jstor.org/stable/42853861
Goffman, E. (1963). Stigma Notes on the Management of Spoiled Identity. New-Jersey: Prentice-Hall. Inc.
Kotowicz, Z. (1997). R.D. Laing and the Paths of Anti-Psychiatry. London: Routledge.
Lee, S., Rothbard, A.B., & Noll, E.L. (2012). Length of Inpatient Stay of Persons with Serious Mental Illness: Effects of Hospital and Regional Characteristics. Psychiatric Serf vices, 63(9), 889-895.
McDaid, D., & Thornicroft, G. (2005). Policy Brief: mental health II balancing institutional and community -based care. Retrieved January 10, 2022, from https://www.researchgate.net/publication/
_Mental_health_II_Balancing_institutional_and_community-based_care.
Parry, M. (2010). From a patient's perspective: Clifford Whittingham Beers' work to reform mental health services. American journal of public health, 100(12), 2356–2357. Doi: 10.2105/AJPH.2010.191411.
Pellegrino, E. D. (1999) The Commodification of Medical and Health Care: The Moral Consequences of a Paradigm Shift from a Professional to a Market Ethic, Journal of Medicine and Philosophy, 24(3), 243-266, DOI: 10.1076/jmep.24.3.243.2523
Sealy, P., & Whitehead. P. C. (2004). Forty years of deinstitutionalization of psychiatric services in Canada: an empirical assessment. Can J Psychiatry, 49(4), 249-257. Doi 10.1177/070674370404900405
Serapioni, M. (2019). Franco Basaglia: biography of a revolution. Historia, Ciencias, Saude-Manuinhos, 26(4), 1-18. Doi: 10.1590/S0104-59702019000400008
Thornicroft, G., & Tansella, M. (2013). The balanced care model for global mental health. Psychological medicine, 43(4), 849–863. Doi: 10.1017/S0033291712001420.
Watson, D. P. (2013). Evolving understanding of recovery: what the sociology of mental health has to offer. Humanity Soc, 36(4), 290–308. doi:10.1177/0160597612458904
Watson, G. (2019). 114 psychiatric beds per100,000 people in 2017-eurostat. Retrieved November 30, 2022, from Newsbook Website https://newsbook.com.mt/en/114-psychiatric-beds-per-100000-people-in-2017-eurostat/
WHO. (2018). Psychiatrists Working in Mental Health Sector (Per100,000). Retrieved January 5, 2022, from https://www.who.int/data/gho/data/indicators/indicator-details/GHO/psychiatrists-working-in-mental-health-sector-(per-100-000)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ