การศึกษาพัฒนาการทักษะทางสังคมของเด็กพิการที่เรียน ในรูปแบบเรียนรวมที่โรงเรียนวัดกลางเกร็ด กรณีศึกษา สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี
คำสำคัญ:
เด็กพิการ, ทักษะทางสังคมบทคัดย่อ
สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการ ทักษะทางสังคมของเด็กพิการที่เรียนในรูปแบบเรียนรวมที่โรงเรียนวัดกลางเกร็ด ผู้ศึกษาเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ครู และเด็กพิการที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2 ราย ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 ราย สามารถเข้ากลุ่ม กับเพื่อน ๆ ได้ ให้ความร่วมมือในกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น ส่วนการใช้เงิน เด็กยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้ เงินและมูลค่าของเงิน การให้เด็กพิการในสถานคุ้มครองฯ ได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ วัยเด็กว่าเขาและเธอสามารถที่จะอยู่ร่วมกันกับคนอื่น ๆ ในสังคมได้ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาและเธอจะสามารถ เลือกชีวิตของตนเองได้ ว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปในสถานคุ้มครองฯ หรือเลือกที่จะดำรงชีวิตอิสระด้วยตนเอง สามารถ ประกอบอาชีพ เรียนหนังสือ ทำกิจกรรมต่าง ๆ เกิดความมั่นใจภูมิใจในตนเองที่สามารถสร้างพลังในตนเองและไม่ เป็นภาระของสังคมต่อไป
เอกสารอ้างอิง
ขนิษฐา เทวินทรภักติ. รายงานการวิจัย เรื่อง การจัดการศึกษาทางเลือกโดยศูนย์การเรียนในสถานสงเคราะห์. กรุงเทพ : กลุ่มงานปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน สกศ. , 2543
จารุวรรณ คงยศ. (2551). การปรับตัวของผู้ต้องขังให้เข้ากับสภาพเรือนจำ: ศึกษาเฉพาะกรณีเรือนจำกลางคลองเปรม.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, หลักสูตรการบริหารงานยุติธรรม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ กระทรวงศึกษาธิการ.
พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการพ.ศ. 2551 กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2556
สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า, ฝ่ายสวัสดิการสงเคราะห์, งานทะเบียนและข้อมูล“ทะเบียนประวัติเด็ก ประจำปีงบประมาณ 2561 ” 2561
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
