การประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการสร้างองค์กรแห่งความสุขของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) ศึกษาบริบทและหลักการสร้างองค์กรแห่งความสุขของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2) ศึกษาการประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการสร้างองค์กรแห่งความสุขของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ 3) วิเคราะห์แนวทางการประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการพัฒนาองค์กรของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 คน
ผลการวิจัยพบว่า
1) บริบทและหลักการสร้างองค์กรแห่งความสุขของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า องค์กรแห่งความสุขคือองค์กรที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากรในทุกมิติ ทั้งกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ผ่านการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร อันนำไปสู่ความสามารถในการปรับตัวและการเติบโตอย่างยั่งยืน
2) การประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการสร้างองค์กรแห่งความสุขของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า หลักสาราณียธรรม 6 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เพื่อสร้างความกลมเกลียวในหมู่คณะ สามารถนำมาปรับใช้ในองค์กรภาครัฐ เอกชน และองค์กรศาสนา เพื่อเสริมสร้างความเคารพ ความร่วมมือ การเสียสละ และจริยธรรม โดยสามารถประเมินผลผ่านดัชนีองค์กรแห่งความสุข 8 ด้าน
3) แนวทางการประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการพัฒนาองค์กร ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า แนวทางของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ (1) ส่งเสริมสุขภาพและเมตตาทางกาย (2) สื่อสารอย่างให้เกียรติ (3) สร้างบรรยากาศแห่งรอยยิ้ม (4) ส่งเสริมการแบ่งปัน (5) ปลูกฝังศีลธรรมและความรับผิดชอบ และ (6) เปิดพื้นที่การปรึกษาหารือร่วมกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ ใจเที่ยง และ วรกาญจน์ สุขสดเขียว. (2562). การบริหารองค์กรแห่งความสุขในโรงเรียนประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นิติ ทองสุข. (2564). การสร้างองค์การรุ่นใหม่โดยใช้หลักสาราณียธรรม: กรณีศึกษาหน่วยงานรัฐระดับอำเภอ. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พระธวัชชัย ชยวุฑฺโฒ (ไชยวุฒิ). (2564). รูปแบบองค์กรแห่งความสุขตามหลักสาราณียธรรมของวิทยาลัยสงฆ์ลำพูน. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาสมชาย ธมฺมโชโต. (2563). หลักสาราณียธรรมสู่การสร้างองค์กรที่มีสุขภาวะ: การศึกษากรณีวิทยาลัยสงฆ์สกลนคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระสมุห์สันติสุจิณฺโณ (พรมสงฆ์). (2563). วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหลักสาราณียธรรมเพื่อสร้างความสามัคคี. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พัทธดนย์ ดนยรักษ์ นนทกะตระกูล. (2566). คุณภาพชีวิตในการทำงาน ความสุขในการทำงาน และความผูกพันของข้าราชการกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พุทธทาสภิกขุ. (2555). สาราณียธรรม 6 ประการ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ธรรมทาน.
วริษฐา ตระกูลสุนทรชัย. (2561). คุณภาพชีวิตในการทำงานที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานประจำโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง. วิทยานิพนธ์สังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารและนโยบายสวัสดิการสังคม. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2560). Happy Workplace: แนวทางการสร้างองค์กรแห่งความสุข. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
อารยา ทองคำ. (2562). การประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรม 6 ในการพัฒนาองค์กรสุขภาวะ: กรณีศึกษาสายงานเทศบาลกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารสาธารณะ. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Dave Ulrich. (1997). Human resource champions: The next agenda for adding value and delivering results. Boston: Harvard Business School Press.
Martin E. P. Seligman. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. New York: Free Press.