การประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมเพื่อการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาระดับความคิดเห็นการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 2)เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปา โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3)แนวทางการประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมในการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปา ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลสันป่าเปาจำนวน 369 คน เครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.984 และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที และค่าเอฟ สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 รูปหรือคน วิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1.ระดับความคิดเห็นต่อการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก
- ผลเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปาโดยภาพรวมพบว่า การจำแนกตามอายุ วุฒิการศึกษา และรายได้ แตกต่างกัน ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ส่วนด้านที่เปรียบเทียบแล้วพบว่าด้านเพศและอาชีพ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย
- แนวทางการต่อการดำเนินงานตามนโยบายด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมของเทศบาลตำบลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยการประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา คือ 1) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ : เทศบาลประชุมกันประจำ 2. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิก: เทศบาลกับประชาชนร่วมกันพัฒนา 3. ไม่บัญญัติสิ่งที่ยังไม่ได้บัญญัติ: เทศบาลให้การอนุรักษ์รักษาประเพณีโดยที่ไม่ขัดต่อความเชื่อ 4. เคารพผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิสูงกว่าอย่างอ่อนน้อม: เจ้าหน้าที่เทศบาลพูดจาอย่างสุภาพ 5. ดูแล สงเคราะห์ผู้ที่ด้วยโอกาสกว่าและให้เกียรติสตรี :เทศบาลให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองอย่างปลอดภัย 6. ส่งเสริม บำรุงรักษาประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่คู่ชุมชน :เทศบาลให้การสนับสนุนอยู่เสมอ 7. ส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ผู้มีจริยวัตรงดงามให้ปลอดภัย :เทศบาลตระหนักถึงการส่งเสริมดูแลพระสงฆ์อย่างเท่าเทียมกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
พระมหาปรีชา เขมนนฺโท (เหล่าทวีคุณ) (2561). การประยุกต์หลักอิทธิบาทธรรมเพื่อการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
ศศิพัชร์ วัฒนรวีวงศ์ (2564). พุทธบูรณาการส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จังหวัดนครราชสีมา. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูพิพัฒน์สุตคุณ (เตชธโร) (2560). การมีส่วนร่วมด้านนโยบายภาครัฐสำหรับการดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดพิจิตร. พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระศรชัย ธมฺมิโก (ศรีวรกุล) (2559). ประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร์มหาบันฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาณรงค์ ธมฺมเมธี (ศรีพันลม) (2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนกับการเลือกตั้งทั่วไปของชุมชนท่าเตียน กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาวิษณุ จิรวฑฺฒนเมธี (เจริญพล) (2563). คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดชัยภูมิ. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระศตวรรษ สนฺติกโร (สิงห์ใส) ( 2558). การบูรณาการหลักอปริหานิยธรรมกับหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานของเทศบาล ตําบลหนองแหย่ง อําเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระปลัดสุรพงษ์ ฐิตญาโณ (แก้วกอ) (2555). การศึกษาวิเคราะห์การบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักอปริหานิยธรรม : กรณีศึกษาเทศบาลตําบลขามใหญ่ อําเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูสังฆรักษ์วีระศักดิ์ จนฺทวํโส (รถจันทร์วงษ์) (2555). การบริหารงานบุคคลตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาอานนท์ อานนฺโท (นรมาตร์) (2552). การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในเขตจังหวัดชุมพรกับการประยุกต์ใช้หลักภิกขุอปริหานิยธรรม ๗. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระปลัดสุรพงษ์ ฐิตญาโณ (แก้วกอ) (2555). การศึกษาวิเคราะห์การบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักอปริหานิยธรรม : กรณีศึกษาเทศบาลตําบลขามใหญ่ อําเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาอัครา ญาณกวี (เหลื่อมรัมย์) (2551). ศึกษาวิเคราะห์การปกครองตามหลักอปริหานิยธรรมที่มีในพระพุทธศาสนาเถรวาท. วิทยานิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระครูวิลาศกาญจนธรรม (เล็ก สุธมฺมปญฺโญ) (2555). การปกครองคณะสงฆ์ตามหลักภิกขุอปริหานิยธรรม ๗ ของคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.