พุทธวิธีส่งเสริมความเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย

Main Article Content

พระมหาวัชระ กนฺตวีโร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพทั่วไปของนักการเมืองท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย  2) เสนอแนวทางพุทธวิธีส่งเสริมความเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย  วิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก มีจำนวน 10 รูปหรือคน ประกอบด้วย 2. พระสังฆาธิการ  2 รูป 2. นักการเมืองท้องถิ่น 2 คน 3. ข้าราชการท้องถิ่น 2 คน 4. อาสาสมัครสาธารสุข 2 คน 5. ผู้นำชุมชน 2 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีพรรณนา


                ผลการวิจัยพบว่า


         1) สภาพทั่วไปของนักการเมืองท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย พบว่า นักการเมืองท้องถิ่น ได้ทำหน้าที่ในชุมชนที่ตนได้รับผิดชอบ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ การจัดสรรงบประมาณอาจไม่ครอบคลุม โครงสร้างพื้นฐานในเขตที่ตนรับผิดชอบ ยังขาดการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร เช่น ถนน การจราจร ขยะ และสิ่งแวดล้อม นักการเมืองท้องถิ่นยังขาดด้านการบริหารสมัยใหม่ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน หรือระบบข้อมูลเปิด (Open Data) นักการเมืองยังขาดทักษะในการใช้เทคโนโลยีหรือการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการใช้โซเซียลมีเดียและกลุ่มประชาสังคม ทำให้เกิดแรงกดดันให้นักการเมืองท้องถิ่นโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในเรื่องของงบประมาณ


          2) เสนอแนวทางพุทธวิธีส่งเสริมความเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย พบว่า ด้านหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ ผู้บริหารให้ความสำคัญในการประชุม เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการบริหาร ด้านพร้อมเพรียงกัน ทุกคนให้ความสำคัญต่อการเข้าประชุมเลิกประชุม เพราะบ่งถึงความสามัคคีขององค์กร การจัดประชุมนอกสถานที่ หรือการจัดประชุมภายใน เป็นสิ่งจำเป็นต่อองค์กร ด้านการไม่บัญญัติสิ่งใหม่ๆ ที่ขัดระเบียบเดิม การเคารพนับถือในสิ่งเดิมเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษท่านได้ทำไว้ดีแล้ว ด้านการเคารพผู้ใหญ่ คุณธรรมของผู้มีอำนาจเหนือกว่าสิ่งอื่นใดเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร ด้านการให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิสตรี เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางเพศในสังคม สร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมและเคารพในความหลากหลาย ด้านให้ความเคารพต่อสถานที่ การตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ และความเหมาะสมของสถานที่แสดงออกผ่านพฤติกรรมที่สุภาพ เรียบร้อย สะท้อนถึงการมีวินัยและความรับผิดชอบในตนเอง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กนฺตวีโร พ. (2025). พุทธวิธีส่งเสริมความเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 9(4), 207–217. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMHR/article/view/aa-16
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พระมหาศิวพล พลเมธี. (2565). การสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นที่มีต่อประชาชนในเขตเทศบาลเมืองยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 4(1), 1-8.

นันทนา นันทวโรภาส. (2558). สื่อสารการเมือง : ทฤษฎีและการประยุกต์ใช้. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : แมสมีเดีย.

พระครูศรีธรรมวิเทศ (ประเสริฐ ปญฺโญภาโส). (2566). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมจริยธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดชุมพร.หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราช วิทยาลัย.

ธีรนัย สุวรรณโชติ. (2567). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเทศบาลตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(5), 229–243.

พระมหาสุรสิทธิ์ ไชยสังกา. (2567). การประยุกต์ใช้หลักอปริหานิยธรรม ๗ ที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 7(3),53–82.

พระปลัดสุรพงษ์ ฐิตญาโณ (แก้วกอ). (2556). การศึกษาวิเคราะห์การบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักอปริหานิยธรรม: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี. ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.