ศึกษาวิเคราะห์การเข้าปริวาสกรรมของพระภิกษุในอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่อง ศึกษาวิเคราะห์การเข้าปริวาสกรรมของพระภิกษุในอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาหลักการเข้าปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาการเข้าปริวาสกรรมของพระภิกษุในอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 3) วิเคราะห์การเข้าปริวาสกรรมของพระภิกษุในอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ร่วมกับการศึกษาข้อมูลเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 รูป/คน ประกอบด้วยพระภิกษุ นักวิชาการ และฆราวาสที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ผลการวิจัยพบว่า
1) หลักการและความเป็นมาของการเข้าปริวาสกรรมในพระพุทธศาสนาพบว่า หลักการเข้าปริวาสกรรม เป็นกระบวนการสำคัญในการชำระอาบัติสังฆาทิเสส (วิ.มหา. 1//272/294 ) เพื่อชำระศีลให้บริสุทธิ์ตามพระวินัย พัฒนาจิตใจของพระภิกษุไปด้วย เกิดจากพระภิกษุผู้ต้องสังฆาทิเสส 13 ข้อ ๆ ใดข้อหนึ่งเรียกว่าต้องอาบัติหนัก ต้องเข้าปริวาสกรรเพื่อออกจากอาบัตินั้น โดยวัดปากทางสามัคคี (ม่อนฤาษี) อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดสำคัญได้จัดกิจกรรมปริวาสกรรมอย่างต่อเนื่อง
2) รูปแบบการเข้าปริวาสกรรมของพระภิกษุในอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีการจัดเข้าปริวาสกรรมแบบ จูฬสุธันตปริวาส เป็นปริวาสที่คณะสงฆ์ลงมติให้จัดเข้าปริวาส 3 วัน 3 คืน และเข้ามานัด 6 ราตรี แล้วอัพภานรวมทั้งสิ้น 10 วัน การจัดปริวาสกรรมของวัดปากทางสามัคคี (ม่อนฤาษี) ได้รับความร่วมมือจาก คุณะสงฆ์ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยส่งเสริมพระวินัย การปฏิบัติธรรม และความสัมพันธ์กับชุมชน
3) วิเคราะห์การเข้าปริวาสกรรมของพระภิกษุในอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าเป็นพิธีสังฆกรรมสงฆ์หมู่ใหญ่ ที่จัดขึ้นเพื่อให้พระภิกษุที่ต้องอาบัติสังหาทิเสสเข้าประพฤติวัตรเพื่อชำระอาบัติ ต้องบอกโทษของตนแก่คณะสงฆ์ทุกเข้า-เย็น เจริญภาวนาสำนึกตน พัฒนาจิตใจ อยู่ปริวาส 3 วัน ประพฤติมานัต 6 คืน ขออัพภาน 1 วัน รวม 10 วัน อานิสงส์จากการเข้าปริวาสนั้น พระสงฆ์หมู่ใหญ่ได้เรียกเข้าหมู่เพื่อเป็นภิกษุปกติ หมายความว่า อาบัติสังฆาทิเสสได้ชำระแล้ว ซึ่งแตกต่างจากการออกอาบัติเบาที่ใช้เพียงการเทศนาบัติ ที่ยึดหลักพระวินัย พร้อมการจัดเข้าปริวาสกรรมยังสร้างศรัทธาแก่ชุมชน ทำให้เกิดความเข้าใจในพระธรรมวินัย สร้างความเข้มแข็งให้คุณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ โดยวัดปากทาง (ม่อนฤาษี) ได้จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อธำรงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กองตำรา. (2533). วินัยวินิจฉัย. กรุงเทพมหานคร : มหามกุฏราชวิทยาลัย.
คณาจารย์แห่งโรงพิมเลี่ยงเซียง. (2550). คู่มือสำหรับนักเรียนนักธรรมและธรรมศึกษาชั้นตรี. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์เลี่ยงเซียง.
พระมหาธิติพงศ์ อุตฺตมปญโญ. (2560). ภิกขุปาติโมกข์แปล, กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประยูรสาส์นไทยการพิมพ์.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2535). พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ 2500. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
__________. (2539). พระไตรปิฎก ฉบับภาษาไทย พ.ศ. 2539. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหามกุฏราชวิทยาลัย. (2525). พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับสฺยามรัฏเตปิฏกํ 2525. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
__________. (2534). พระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถา แปล ชุด 91 เล่ม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระมหาไพทูล อตฺถวํโส (วงศ์อามาตย์), (2545) “การศึกษาเชิงวิเคราะห์การประพฤติวุฎฐานวิธีใน
พระพุทธศาสนาเถรวาท”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาบุญล้ำ ฉนฺทกโร (บุญจันทร์), (2557) “การศึกษาเชิงวิเคราะห์การประพฤติปริวาสกรรมของภิกษุใน
ประเทศไทย”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.