บูรณาการวัสดุศาสตร์เพื่อกลับมาใช้ใหม่ในการสร้างสรรค์งานพุทธศิลปกรรมล้านนา: กรณีศึกษา วัดดอยพระบาท ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ เพื่อ 1) สำรวจและวิเคราะห์วัสดุที่เหลือใช้ที่เหมาะสมกับการสร้างสรรค์งานพุทธศิลปกรรม 2) พัฒนาเทคนิควัสดุและรูปแบบการสร้างสรรค์งานพุทธศิลปกรรมล้านนา 3) ขยายผลของการใช้งานวัสดุเหลือใช้ในการสร้างสรรค์พุทธศิลปกรรมล้านนา เป็นงานวิจัยพระสงฆ์ 5 รูป, นักวิชาการ 4 คน, ช่างฝีมือ 4 คน, ประชาชน/คณะศรัทธา 5 คน, และนิสิต 4 คน เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร ข้อมูลภาคสนาม และสัมภาษณ์ เพื่อนำวัสดุเหลือใช้มาบูรณาการสร้างงานพุทธศิลปกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการวิจัยพบว่า
1) วัดดอยพระบาทพบวัสดุเหลือใช้ที่เหมาะสมคือสแตนเลสเกรด 304 ซึ่งมีความแข็งแรง ทนทาน และสวยงาม สามารถนำกลับมาใช้บูรณะอาคารมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทที่ชำรุดได้ ส่วนวัสดุอื่น ๆ เช่น ทราย เศษไม้ ธูป เทียน และดอกไม้บูชา ไม่เหมาะสมต่อการสร้างถาวรวัตถุ วัสดุสแตนเลสดังกล่าวจึงตอบสนองต่อความต้องการของวัดและก่อให้เกิดคุณค่าทางพุทธศิลป์เพื่อการพัฒนาวัดอย่างยั่งยืน
2) การพัฒนารูปแบบงานพุทธศิลปกรรมล้านนาเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานด้วยเทคนิคเชิงวัสดุศาสตร์ ใช้วัสดุสแตนเลสเกรด 304 ที่เหลือใช้มาประยุกต์สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทตามดำริของวัด โดยมี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านรูปแบบ สอดคล้องกับมณฑปวัดพระธาตุลำปางหลวง ปรับเป็นเรือนยอด 3 ชั้นตามศิลปะล้านนายุคทอง 2) ด้านคติความเชื่อ การตั้งอยู่บนเนินเขาสะท้อนคติพุทธจักรวาลวิทยา สื่อถึงความหมายเรื่องไตรภูมิและการเวียนว่ายตายเกิด 3) ด้านเทคนิค การใช้สแตนเลสแทนวัสดุดั้งเดิมช่วยลดค่าใช้จ่าย น้ำหนักโครงสร้าง และการบำรุงรักษา อีกทั้งยังสามารถผลิตเป็นชิ้นส่วนเพื่อนำมาประกอบได้สะดวก
3) การขยายผลสามารถต่อยอดคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ให้เกิดมูลค่าใหม่ทั้งเชิงพาณิชย์ เชิงสังคม และเชิงพระพุทธศาสนา โดยกรณีศึกษาที่วัดดอยพระบาท จังหวัดเชียงราย ได้ประสบความสำเร็จในการนำสแตนเลสเกรด 304 เหลือใช้มาสร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ทำให้เกิดการจัดการวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มคุณค่าศรัทธา และสร้างแบบอย่างที่สามารถขยายผลสู่การปฏิบัติจริงในวัดอื่น ๆ เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ และวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง ที่สามารถประยุกต์แนวทางไปใช้ในการบูรณะถาวรวัตถุของตนเองได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ฐิติพร สะสม. ( 2553). "ศึกษาระบบการบริหารและจัดการวัดในพระพุทธศาสนา". วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์ (2562) "ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์". วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562: 234-248.
พระครูอดุลย์สีลกิตต์. (2554). การสร้างพระพุทธรูปล้านนา คือพลังศรัทธาแห่งบรรพชน. เชียงใหม่ : ตุลย์การพิมพ์.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย.
มานิตย์ กันทะสัก. (2560) พุทธศิลปกรรมล้านนา: แนวคิด คุณค่า การสร้างสรรค์เพื่อเสริมจิตวิญญาณและการเรียนรู้ของสังคม. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย,ทุนอุดหนุนวิจัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รินทร์รัตน์ พุทธอาสน์,ทิพวรรณ ทั่งมั่งมี.(2565) “ จิตรกรรมล้านนา สู่การสร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสม”, วิทยานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต. คณะสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อำนาจ ขัดวิชัย ,เทพประวิณ จันทร์แรง, พูนชัย ปันธิยะ. (2566) “พุทธจิตรกรรมล้านนา : คติธรรมและความเชื่อสู่การสร้างสรรค์ ผ่านจิตรกรรมฝาผนัง”. บทความวิจัย, คณะพุทธศาสนา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Adeleye, A. J. (2019). Waste as experimental material in sculpture: Metal-morphosis of Akeem Muraina’s metal art. Ilaro Journal of Environmental Research & Development, 3(1), 135–145.
Nanang, Y., Yuliastuti, N., & Sulistyo, E. T. (2017). Recycle art: Changing waste to be a friendly-environment artwork. In Proceedings of Aula Timur ITB, Bandung, International Conference on Art, Craft, Culture, and Design Sustainability: Inter- and Trans-discipline, Culture towards Creative Economy, Indonesia, 5–4 September : 295–301.
Kayode, F. (2010). From "waste to want": Regenerating art from discarded objects. FUTY Journal of the Environment, 1(1). https://doi.org/10.4314/the.v1i1.50925
Sthapitanonda, N. (2016). Architecture of Lanna to commemorate the 720th anniversary of Chiang Mai City. Bangkok: Li-Zenn Publishing.