ศึกษาวิเคราะห์กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของบุคลากรโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดไพรสณฑ์ศักดาราม อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการ 2) ศึกษารูปแบบกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนากระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของบุคลากร โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดไพรสณฑ์ศักดาราม (พระอารามหลวง) อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยแบบผสม ระหว่างวิจัยเชิงคุณภาพ กับการวิจัยเชิงปริมาณประชากรได้แก่ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 133 คน เครื่องมือได้แก่ โปรแกรมสำเร็จรูปทางสังคมศาสตร์ โดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการพรรณนาวิธีตามหลักอุปนัยวิธี
ผลการวิจัยพบว่า
1) กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการ ตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดไพรสณฑ์ศักดาราม (พระอารามหลวง) อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน
2) แนวทางการศึกษาวิเคราะห์กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการ ของบุคลากรโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดไพรสณฑ์ศักดาราม (พระอารามหลวง) อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ 1) ด้านหลักสูตร ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีความรู้ ทั้งศาสตร์ แนวทางปฏิบัติ และเทคโนโลยี มีการวางแผนจัดทำหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น มีการนิเทศ ติดตามอย่างเป็นระบบ 2) ด้านการจัดการเรียนรู้ สถานศึกษาควรเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เสนอความคิดเห็นด้านการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ
3) ผลการสังเคราะห์กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านวิชาการ ของบุคลากรโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดไพรสณฑ์ศักดาราม (พระอารามหลวง) อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กัญญลักษณ์ จันทรวิบูลย์. (2560). แนวทางส่งเสริมการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). การขับเคลื่อนการศึกษามัธยมศึกษาไทย 4.0 เพื่อการมีงานทำแห่งศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ปรีชา จันทรมณี. (2556). ตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการบริหารงานวิชาการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543). การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม.
พระมหาวิทวัฒน์ วิวฑฺฒนเมธี (จันทร์เต็ม). (2561). การบริหารตามหลักอิทธิบาท 4 ในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาธราธิป วรวิชโย (วรสายัณห์). (2560). การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้วยหลักอิทธิบาท 4 ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
เพ็ญพักตร์ มิ่งวงศ์ธรรม. (2561). แนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของ โรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารและพัฒนาการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาน์
อุบลวรรณ ไชยเรนทร์ และ กันตภณ หนูทองแก้ว. (2563). การนำหลักอิทธิบาทธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ว่าการอำเภอชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(2), 66-67.