การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด โรงเรียนบ้านแม่สา จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

รณิษพร แคว้นไธสง

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด โรงเรียนบ้านแม่สา อำแภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องมีวัตถุประสงค์ดังนี้ เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้กระบวนการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด โรงเรียนบ้านแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการวิจัยแบบเชิงปริมาณ กลุ่มที่ศึกษา ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนบ้านแม่สา จำนวน 128 คน เป็นการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับอยู่ที่ 0.95 ข้อ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา


ผลการวิจัยพบว่า


สภาพการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้กระบวนการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด โรงเรียนบ้านแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ได้แก่ ด้านการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียน ด้านการประเมินเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านการสะท้อนคิดและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้านการส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาอย่างมีความหมาย และ ด้านการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้วยตนเอง


โรงเรียนควรส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด ด้านการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ ครูจัดกิจกรรมหรือถามคำถามที่ทำให้นักเรียนอยากรู้อยากเรียน ด้านการส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาอย่างมีความหมาย ได้แก่ ครูให้ความสำคัญกับวิธีคิดของนักเรียน ด้านการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียน ได้แก่ ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ด้านการสะท้อนคิดและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ได้แก่ ครูใช้คำถามช่วยให้นักเรียนเห็นจุดที่ตัวเองเก่ง และจุดที่ควรปรับปรุง ด้านการประเมินเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แคว้นไธสง ร. (2026). การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด โรงเรียนบ้านแม่สา จังหวัดเชียงใหม่. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 10(2), 151–163. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMHR/article/view/ba-011
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จริญญา ปรีชาวิภาษ. (2561). ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เรื่องโจทย์ปัญหาอัตราส่วนสัดส่วนและร้อยละที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนศึกษานารีวิทยา. [ออนไลน์]. แหล่งข้อมูล http://www.edu-journal.ru.ac.th/index.php/abstractData/viewIndex/2178.ru [ 1 สิงหาคม 2568]

ชูศักดิ์ เอื้องโชคชัย. (2563). การพัฒนาต้นแบบกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันแบบพหุวัยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับเด็กและเยาวชน.คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่. 21(3), : 24-38.

บุญชม ศรีสะอาด. (2541). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาสารคาม : ไมตรี

อินทร์ประสิทธิ์. (2563). ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน เลิกท่องจำความรู้มุ่งสู่การฝึกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง.[ออนไลน์.].แหล่งข้อมูล : https://www.eef.or.th/tsqp-23-07-20 . [ 5 สิงหาคม 68].

ลัดดาวัลย์ จอมพรรษา. (2563). การพัฒนารูปแบบการประเมินการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น.วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 7(1), : 267-282.

วชิราภรณ์ นาทันใจ และคณะ. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การสะท้อนคิดที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะทางพฤติกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษา. วรสาร Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). 6701. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/6701.[ออนไลน์]. แหล่งข้อมูล : chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=7700&context=chulaetd [ 5 สิงหาคม 2568]

อรณิชชา ทศตา และคณะ. (2565). การรับรู้การสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพภายในตนเองเชิงสร้างสรรค์ที่สัมพันธ์กับความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุ ษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 14 (7), : 87-101.

อาริยา สุริยนต์. (2563). ผลการพัฒนาชั้นเรียนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนร่วมฝึกหัดครูโดยใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิด: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านดงน้อย.สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

Nicole Hill. (2010). Model–based inquiry in physics: A buoyantforce module.The Science Teacher, 77(8), 38–43.