การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะทางเทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์)

Main Article Content

พัชรี สังข์ทอง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างทักษะทางเทคโนโลยีและกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 3) ทดลองใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินและปรับปรุงรูปแบบให้มีประสิทธิภาพ เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียน 120 คน บุคลากรทางการศึกษา 21 คน และผู้ปกครอง 120 คน ใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบประเมินต่างๆ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.948 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา


         ผลการวิจัยพบว่า


         1) การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันยังขาดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนปฏิบัติจริง ครูผู้สอนไม่เพียงพอและไม่ได้จบตรงสาขา สื่อและอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน และการประเมินยังเน้นทฤษฎีมากกว่าทักษะกระบวนการ


         2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นคือ “PATCHA Model” ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ ขั้นตอน 5 ขั้น (การตั้งคำถาม การวิเคราะห์และออกแบบ การปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขจำกัด การตรวจสอบและประเมินผล และการประยุกต์ใช้จริง) รวมทั้งกิจกรรมสนับสนุน 5 ประการ เช่น ค่ายสะเต็มศึกษา โครงงานนวัตกรรม และกิจกรรมนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์


      3) ผลการทดลองใช้พบว่าความสอดคล้อง ความเหมาะสม และผลลัพธ์การเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก นักเรียนสะท้อนพฤติกรรมทางเทคโนโลยีและการออกแบบเชิงวิศวกรรมได้อย่างเด่นชัด 4) การประเมินคุณภาพและความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านประโยชน์ต่อสถานศึกษาได้รับคะแนนสูงสุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สังข์ทอง พ. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะทางเทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์) . วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 10(2), 179–193. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMHR/article/view/ba-013
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 9. นครปฐม : มหาวิทยาลัยศิลปากร.

รายงานการประเมินผลการศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์). (2564). รายงานผลการประเมินภายในประจำปีการศึกษา 2564. โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม.

วรกันยา แก้วกลม, พินิจ ขำวงษ์, และ จรรยา ดาสา. (2561). สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษา. วารสารเวอร์ริเดียน มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 11(3), 2092–2112.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานการวิจัยเพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายการส่งเสริมการจัดการศึกษาด้านสะเต็มศึกษาของประเทศไทย.กรุงเทพมหาสนคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

Bybee, R. W. (2013). The case for STEM education: Challenges and opportunities. National Science Teachers Association Press.

Cheng, M. (2022). Engineering design-based learning and student engagement in primary education. Journal of Science Education, 34(3), 451–469.

Choi, K., & Lee, H. (2018). Current challenges in science and technology education: A perspective from curriculum integration. Journal of Science Education, 42(3), 215–230.

Cunningham, C. M., & Carlsen, W. S. (2014). Teaching engineering practices. Journal of Science Teacher Education, 25(2), 197–210. https://doi.org/10.1007/s10972-014-9380-5

Darunee Phengnoi. (2020). Integrating STEAM education for enhancing creative problem-solving in primary school students. Journal of Education Studies, 28(2), 167–169.

Green, D., & White, P. (2021). Science, technology and sustainability: Pathways for the future. International Journal of Sustainability in Higher Education, 22(4), 601–617.

Johnson, L. (2021). Technology integration and engineering design for motivation and creativity in elementary classrooms. Educational Technology Review, 33(2), 156–158.

Johnson, M., & Brown, T. (2019). Innovation and competitiveness in the global economy: The role of science and technology. Journal of Technology and Innovation, 11(2), 88–102.

Jones, A. (2019). Developing clear theoretical frameworks for sustainable teaching models. International Journal of Educational Research, 98, 89–102.

Parry, E. (2017). Meaningful and enjoyable science learning in elementary education. International Journal of Science Education, 39(2), 210–223.

Partnership for 21st Century Skills. (2009). P21 framework definitions. Retrieved from http://www.battelleforkids.org/networks/p21

Roche, A. (2019). Teacher professional development and technology integration in science classrooms. Teaching and Teacher Education, 80, 23–40.

Smith, J. (2020). Active learning strategies and higher-order thinking skills in science education. Journal of Educational Practice, 45(1), 45–48.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. Jossey-Bass.

UNESCO. (2016). Education 2030: Incheon Declaration and Framework for Action for the implementation of Sustainable Development Goal 4. UNESCO Publishing.

Ward, E. (2020). Integrating technology and engineering design for real-world problem solving. International Journal of STEM Education, 7(4), 345–362.

Wells, P. (2018). Learning through practice: Engineering design as a driver of critical thinking. Science Education Review, 17(2), 44–56.

Williams, R., & Thompson, J. (2019). Science and technology as drivers of economic growth. Global Economic Review, 48(1), 25–40.

Wilson, K. (2019). Feedback and reflective assessment in enhancing learning outcomes. Assessment in Education, 26(1), 89–92.