สมรรถนะผู้บริหารที่ส่งผลต่อสภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรมของวิทยาลัย สังกัดสถาบันอาชีวศึกษา ภาคใต้ 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะผู้บริหาร 2) ศึกษาสภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรม 3) ศึกษาสมรรถนะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อสภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรม และ 4) ศึกษาแนวทางการพัฒนา การเป็นองค์กรนวัตกรรม สังกัดสถาบันอาชีวศึกษา ภาคใต้ 1 เป็นการวิจัยผสมผสานเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 84 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายงานหลัก 5 ฝ่ายงาน วิทยาลัยสังกัดสถาบันอาชีวศึกษา ภาคใต้ 1 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ เครจซี่และมอร์แกน ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือในการวิจัยใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า
1) สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา รายประเด็นพบว่า ความสามารถในเชิงกลยุทธ์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการทำงานเป็นทีม ความสามารถในการปรับตัว และความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
2) สภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรมโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายประเด็นพบว่า บุคคลสำคัญมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาบรรยากาศสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ร่วม โครงสร้างองค์กร การฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร การสื่อสาร และทีมงานที่มีประสิทธิภาพ
3) ผลการศึกษาสมรรถนะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อสภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรม พบว่า ความสามารถในการสื่อสาร (X1) ความสามารถในการทำงานเป็นทีม (X2) ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (X3) ความสามารถในเชิงกลยุทธ์ (X5) ส่งผลต่อสภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรมของวิทยาลัยในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคใต้ 1
4) ผลการศึกษาแนวทางการพัฒนาองค์กรนวัตกรรมสถาบันอาชีวศึกษาภาคใต้ 1 พบว่ามี 7 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่น การสื่อสารชัดเจนโปร่งใส การสร้างทีมงานมีประสิทธิภาพ การฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร การให้คุณค่าและสนับสนุนการทดลอง และการสร้างบรรยากาศสร้างสรรค์ แนวทางเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนสถานศึกษาสู่องค์กรนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ฉวีวรรณ ฉัตรวิไล. (2560). สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการดำเนินการตามมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อการศึกษาในสถาน ศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 จังหวัดฉะเชิงเทรา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
รณกร ประทุมเกสร. (2562). ปัจจัยขององค์การนวัตกรรมและองค์การแห่งการเรียนรู้ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการทำงานตามสมรรถนะหลักของพนักงาน : กรณีศึกษา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จำกัด. การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธธธรรมศาสตร์.
สุริศา ริมคีรี. (2562). การพัฒนาตัวบ่งชี้องค์การแห่งนวัตกรรมการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
หนูกัณฑ์ ปาโส. (2562). สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์การแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 9(3), 62-70.
Marmon, DH.(2002). Core competencies of professional service providers in federally Funded education programs. The University of Tennessee.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for intelligence. American Psychologist, 28(1), 1–14.
Hamlin, B. (1990). The competen manager in secondary school. Educational Management and Administration, 18(3) : 5-6.
Ozcelik, G. and Ferman, M. (2006). Competency Approach to Human Resource Manager: Outcome and Contributions in a Turkish Cultural Context. Human Resource Development Review. Thousand Oaks: March.
Harris, B. M. (1979). Supervisory behavior education. (3 ed.). New Jersey : Prentice-Hall.