รถแห่กระแสวัฒนธรรมร่วมสมัย : เอกลักษณ์ อิทธิพลและการขยายพื้นที่ทางดนตรีสมัยใหม่ในไทย

Main Article Content

ภคอัศม์ โปษะกฤษณะ

บทคัดย่อ

งานเขียนนี้มุ่งศึกษารถแห่ในฐานะปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและนิยามเอกลักษณ์ใหม่ของความเป็นไทย รถแห่เป็นพื้นที่ ที่สะท้อนพลวัตของสังคมไทยในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ผ่านการผสมผสานดนตรีพื้นบ้านเข้ากับดนตรีสมัยใหม่ อันเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับรสนิยมของคนโดยการทำให้เป็นท้องถิ่น  ในขณะเดียวกันรถแห่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะชั่วคราวที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการร้องรำทำเพลง การพบปะพูดคุย และการสร้างเครือข่ายทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด พื้นที่สาม (Third Place) ของ Ray Oldenburg ที่ชี้ว่ามนุษย์จำเป็นต้องมีพื้นที่พบปะนอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเเละผ่อนคลายอารมณ์จากความเหนื่อยล้าในการใช้ชีวิตในสังคมเมืองที่เร่งรีบภายใต้ระบบทุนนิยมนอกจากนี้ รถแห่ยังมีมิติทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากการจัดงานรถแห่มักเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีเช่น ประเพณีเเห่เทียน งานประเพณีผีตาโขนเเละงานมงคลต่างๆ ถือเป็นการกระตุ้นการค้าขายในท้องถิ่น  ตั้งแต่ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงสินค้าพื้นบ้าน สร้างรายได้และความคึกคักแก่ชุมชนไปพร้อมกับมิติทางวัฒนธรรมและสังคม พบว่ารถแห่จึงไม่เพียงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสืบทอดวัฒนธรรม วัฒนธรรมรถแห่นั้นยังคงต่อรองความหมายของความเป็นไทยในมิติใหม่ ที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และหลากหลายมากขึ้นโดยสะท้อนภาพความเป็นไทยที่ไม่ได้หยุดนิ่งหากแต่เปลี่ยนแปลงและปรับตัวไปตามบริบทของสังคมร่วมสมัยผ่านคนรุ่นใหม่ในการนิยามคุณค่าที่ไม่ได้ถูกยึดโยงอยู่กับอำนาจรัฐ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โปษะกฤษณะ ภ. (2026). รถแห่กระแสวัฒนธรรมร่วมสมัย : เอกลักษณ์ อิทธิพลและการขยายพื้นที่ทางดนตรีสมัยใหม่ในไทย. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 10(2), 464–476. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMHR/article/view/ba-034
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

ณัฐพล วิสุทธิแพทย์. (2568). ยาวปาย: การเคลื่อนที่และวิถีการฟังของรถแห่. วารสารมานุษยวิทยา, 8(1), 11–44.

ประชาไท, 2568 เสวนา: รถแห่ วัฒนธรรมมวลชน สะท้อนตัวตนคนอีสาน.[ออนไลน์] แหล่งที่มา: https://prachatai.com/journal/2022/09/100326 [2 กันยายน 2568].

ฐานิดา บุญวรรโณ. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างมโนทัศน์หลักของปิแอร์ บูร์ดิเยอ. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธาน, 18(1), 1–33.

รุ่งลดิศ จตุรไพศาล. (2565). รถแห่และการเต้นบั้นเด้า: วัยรุ่นอีสานใหม่กับการประดิษฐ์ประเพณี และการสื่อสารเพื่อการต่อสู้ทางวัฒนธรรม. (วิทยานิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารศึกษา, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

รุ่งลดิศ จุตรไพศาล และ สมสุข หินวิมาน (2567). รถแห่: สื่อการแสดงพื้นบ้านในการสืบทอดประเพณีประดิษฐ์ของกลุ่มวัยรุ่นอีสาน. มนุษยศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 25(1), 104–133.

สิทธิณี เกตุจินดา นริศรา ต่อทุน พรทิพย์ สาตรา และ พีระพงษ์สอนทวี. (2567). รถแห่อีสาน:การปรับตัวและการให้ความหมายของอัตลักษณ์อีสาน. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งเกษตรศาสตร์, 2(2), 116–165.

อิทธิพงษ์ ทองศรีเกตุ. (2563). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์มาตรการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ของชุมชนใน กิจกรรมรถแห่ดนตรีสดจังหวัดขอนแก่น. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แผนงานศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. น.21-24

อิทธิพงษ์ ทองศรีเกตุ. (2565). รถแห่ดนตรีสด: ความนิยมในการจัดกิจกรรมของชุมชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเเม่โจ้, 10(1), 208–214.

อนุวัฒน์ บุตรทองทิม ธนวัฒน์ บุตรทองทิม และ ราชันย์ เจริญแก่นทราย. (2567). เสียงแห่งการเปลี่ยนแปลง: รถแห่และดนตรีในขบวนแห่ผีตาโขนอําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(3), 2429–2440.

Altman, I., & Low, S. M. (2012). Place Attachment. Springer Science & Business Me-dia.

Duangkhamchan, J. (2022). GROWING TREND OF ISAN ROD HAE AFTER COVID-19 PANDEMIC. Mahidol Music Journal, 5(2), 71–92.

Oldenburg, R. (1999). The great good place: Cafes, coffee shops, bookstores, bars, hair salons, and other hangouts at the heart of a community (2nd ed.). Marlowe & Company.