การพัฒนาเครื่องมือวัดทักษะการคิดขั้นสูง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Main Article Content

จาตุรงค์ ศรีไทย
ณัฐกานต์ ประจันบาน

บทคัดย่อ

ทักษะการคิดขั้นสูงเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมิน ตัดสินใจ และสร้างแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เน้นการสืบเสาะ การใช้หลักฐาน การคิดอย่างเป็นระบบ และการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง  การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเครื่องมือวัดทักษะการคิดขั้นสูงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ              2) ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดทักษะการคิดขั้นสูง กลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน กลุ่มทดลองใช้เครื่องมือ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 100 คน และกลุ่มตัวอย่างสำหรับตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 300 คน จากโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัดทักษะการคิดขั้นสูงเชิงสถานการณ์แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ จำนวน 32 ข้อ ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันรายด้าน ผลการวิจัยพบว่า 1) เครื่องมือวัดทักษะการคิดขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นเป็นแบบวัดเชิงสถานการณ์แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ จำนวน 32 ข้อ จำแนกเป็นด้านการคิดวิเคราะห์ 12 ข้อ การคิดสังเคราะห์ 8 ข้อ การคิดสร้างสรรค์ 4 ข้อ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 8 ข้อ โดยข้อคำถามมีโครงสร้างสอดคล้องกับนิยามเชิงปฏิบัติการและตัวชี้วัดที่กำหนด และ 2) ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ พบว่า ข้อคำถามทั้ง 32 ข้อมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.60 – 1.00 ค่าความยากอยู่ระหว่าง 0.610 – 0.800 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.260 – 0.760 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.933 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การคิดวิเคราะห์มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.838 การคิดสังเคราะห์เท่ากับ 0.847 การคิดสร้างสรรค์เท่ากับ 0.645 และการคิดอย่างมีวิจารณญาณเท่ากับ 0.864 องค์ประกอบทั้ง 4 ด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 0.365 – 0.747 และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันรายด้านพบว่า โมเดลการวัดทั้ง 4 ด้านมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยภาพรวม เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมีหลักฐานด้านคุณภาพที่เหมาะสมสำหรับใช้ประเมินทักษะการคิดขั้นสูงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อย่างไรก็ตาม การแปลผลด้านการคิดสร้างสรรค์ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีจำนวนข้อคำถามน้อยและมีค่าความเชื่อมั่นต่ำกว่าด้านอื่น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีไทย จ., & ประจันบาน ณ. (2026). การพัฒนาเครื่องมือวัดทักษะการคิดขั้นสูง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา (JSSE), 9(2), 282–295. https://doi.org/10.14456/jsse.2026.22
ประเภทบทความ
บทความวิจัยทางวิทยาศาสตร์ศึกษา

เอกสารอ้างอิง

Anderson, L. W. and Krathwohl, D. R. (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. New York: Longman.

Bureau of Educational Testing. (2022). Manual for using instruments to assess learners’ key competencies according to the Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (A.D. 2008) (Revised Edition 2017) for Grades 7-9 (in Thai). Bangkok: Aksorn Thai Printing Limited Partnership.

Diamantopoulos, A. and Siguaw, J. A. (2000). Introducing LISREL: A guide for the uninitiated. London: SAGE Publications.

Goffin, R. D. (2007). Assessing the adequacy of structural equation models: Golden rules and editorial policies. Personality and Individual Differences, 42(5), 831-839.

Hox, J. J. (2010). Multilevel analysis: Techniques and applications (2nd ed.). New York: Routledge.

Jandokmai, S. (2010). Development of higher-order thinking skill tests for lower secondary school students (in Thai). Doctoral Dissertation. Bangkok: Chulalongkorn University.

Kanjanawasee, S. (2013). Classical test theory (7th ed.) (in Thai). Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Kelloway, E. K. (2015). Using Mplus for structural equation modeling: A researcher’s guide (2nd ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.

Khammanee, T. (2011). Analytical, synthetic, creative and critical thinking skills: Integration in learning management (in Thai). The Journal of the Royal Institute of Thailand, 36(2), 188-204.

Ministry of Education. (2017). Indicators and core learning contents in the Science and Technology Learning Area (Revised Edition 2017) according to the Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (A.D. 2008) (in Thai). Bangkok: The Agricultural Cooperative Federation of Thailand Printing House.

OECD. (2023). PISA 2022 assessment and analytical framework. Paris: OECD Publishing.

Ramadhan, S., Mardapi, D., Prasetyo, Z. K. and Utomo, H. B. (2019). The development of an instrument to measure the higher order thinking skill in physics. European Journal of Educational Research, 8(3), 743–751.

Rampean, B. A. O. and Rohaeti, E. (2025). The development of an integrated instrument to measure higher order thinking skills and scientific attitudes. Journal of Turkish Science Education, 22(1), 48-62.

Schumacker, R. E. and Lomax, R. G. (2010). A beginner’s guide to structural equation modeling (3rd ed.). New York: Routledge.

Steiger, J. H. (2007). Understanding the limitations of global fit assessment in structural equation modeling. Personality and Individual Differences, 42(5), 893-898.