ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดนครปฐมสู่เมืองสามธรรมตามแนวคิดอริยสัจ 4
คำสำคัญ:
เมืองสามธรรม, อริยสัจ 4, ข้อเสนอเชิงนโยบาย, The A.C.T.I.V.E. Modelบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Develop) แบบวิธีวิจัยผสมผสาน (Mixed Method Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาการท่องเที่ยวของจังหวัดนครปฐมตามแนวคิด “เมืองสามธรรม” (ธรรมะ ธรรมชาติ วัฒนธรรม) และพัฒนาพร้อมตรวจสอบความเหมาะสมของข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การวิจัยได้ประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ 4 เป็นกรอบแนวคิดในการกำหนดขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 (R1) การวิเคราะห์ปัญหา (ทุกข์) ขั้นที่ 2 (D1) การยกร่างนโยบาย (สมุทัย) ขั้นที่ 3 (R2) การประเมินร่างนโยบาย (นิโรธ) และ ขั้นที่ 4 (D2) การรับรองนโยบาย (มรรค) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ให้ข้อมูลหลักซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาการท่องเที่ยว 19 ท่าน และนักท่องเที่ยว 400 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามแบบมีโครงสร้าง และร่างข้อเสนอเชิงนโยบายแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า จังหวัดนครปฐมแม้จะมีศักยภาพสูงและมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาหลักคืออัตราการเข้าพักค้างคืนที่ต่ำทำให้จังหวัดยังคงเป็น “เมืองผ่าน”รวมถึงปัญหาการกลืนกินของพาณิชย์นิยมต่อความแท้จริงทางวัฒนธรรม ซึ่งถูกจัดว่าเป็น “ทุกข์” ที่ต้องได้รับการแก้ไข
ผลการสังเคราะห์และตรวจสอบความเหมาะสมในขั้นตอนที่ 4 ได้ข้อสรุปเชิงนโยบายที่ผ่านการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญในระดับฉันทามติสูง โดยได้ตั้งชื่อโมเดลของข้อเสนอเชิงนโยบายนี้ว่า “The A.C.T.I.V.E. Model” ประกอบด้วยข้อเสนอเชิงนโยบายหลัก 6 ข้อ กลไกย่อย 34 กลไกและตัวชี้วัดความสำเร็จ จำนวน 166 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1) Authenticity & IP Protection (ธรรมาภิบาลทางวัฒนธรรมและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา) 2) Content & Spiritual Guide (หลักสูตรและบุคลากรนำชมเชิงปรัชญา) 3) Transport & Digital Connectivity (ปฏิรูประบบขนส่งและการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัล) 4) Immersion & Experience Routes (การออกแบบกิจกรรมเชิงประสบการณ์และการมีส่วนร่วม) 5) Vetting & Sanctity Control (กำหนดเขตคุ้มครองและควบคุมกิจกรรมพาณิชย์เชิงศาสนสถาน) และ 6) Environmental & Green Infrastructure (การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว) ซึ่งข้อเสนอเชิงนโยบาย The A.C.T.I.V.E. Model นั้นเป็นการมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยหลักอริยสัจ 4 โดยการปกป้องความแท้จริงทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ (Authenticity, Sanctity) และการเปลี่ยนบทบาทของนักท่องเที่ยวจากผู้สังเกตการณ์สู่ผู้มีส่วนร่วม (Immersion) ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นในการผนวกปรัชญาเชิงจริยธรรมเข้ากับกลยุทธ์การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ผลการวิจัยนี้จึงเป็นองค์ความรู้เชิงระบบชุดแรกที่สามารถใช้เป็นพิมพ์เขียวเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนสถานะของจังหวัดนครปฐมจาก “เมืองทางผ่าน” สู่ “จุดหมายปลายทางที่น่าจดจำและยั่งยืน”
เอกสารอ้างอิง
กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ พ.ศ. 2560 - 2564. กรุงเทพฯ: พีดับบลิว ปริ้นติ้ง.
กรมการศาสนา. (2566). พระพุทธศาสนาในจังหวัดนครปฐม. กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2568). สถิตินักท่องเที่ยวปี 2568. เรียกใช้เมื่อ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568. จาก www.mots.go.th/more_news_new.php?cid=411
กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดนครปฐม. (2567). แผนพัฒนาจังหวัด
นครปฐม 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) (ฉบับทบทวน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดนครปฐม.
ฉวีวรรณ ประจวบเหมาะ. (2547). การศึกษาชาติพันธุ์ข้ามยุคสมัยกับการศึกษาในสังคมไทย :แนวทางการศึกษาชาติพันธุ์. กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2567). “Future of tourism” รับมือการเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโต
อย่างมีคุณค่าและยั่งยืน. เรียกใช้เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568. ากhttps://www.bot.or.th
/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-2024nov12.html
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. (2566). นครปฐม : เมืองลุ่มน้ำแห่งศรีทวารวดี (Nakhon
Pathom: The Riverine City of Serene Tolopoti). เรียกใช้เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568. จาก http://tolopoti.npru.ac.th/page.php?id=1
ศูนย์มานุษย์วิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2561). ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธ์ในประเทศไทย. เรียกใช้เมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ.2568 จาก http://www.sac.or.th/database/ ethnic/framemm.html.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2562). ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย.พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี.
สมชาย พิพัฒน์ประภา. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐม. วารสารการ
วิจัยการท่องเที่ยวไทย, 15, (2), 45-60.
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. (2561). คู่มือระบวนการ
พัฒนาและยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: บริษัท บุ๊คพลัส พับลิชชิ่ง จำกัด.
Cohen, E. (1988). Authenticity and Commoditization in Tourism. Annals of Tourism
Research.
Doyinsola Oladipo. (2024). Travel industry to contribute record $11 trillion to
global GDP in 2024 On February 5, 2025 Retrieved from https://www.reuters .com/business/travel-industry-contribute-record-11-trillion-global-gdp-2024-2024-09-03/
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W., (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607–610.
MacCannell, D. (1976). The Tourist: A New Theory of the Leisure Class. Schocken Books.
OECD (2021), Applying Evaluation Criteria Thoughtfully, OECD Publishing, Paris,
https://doi.org/10.1787/543e84ed-en
Packer, J., & Ballantyne, R. (2016). The impact of interpretation on visitor
experience. Journal of Tourism Studies, 25(1), 30-45.
Pine II, B. J., & Gilmore, J. H. (1998). Welcome to the experience economy. Harvard Business Review, 76(4), 97-105.
Sharpley, R. & Telfer, D. J. (2002). Tourism and Development: Concepts and Issues. Channel View Publications.
United Nations. (2015). International Year of Sustainable Tourism for
Development. On February 5, 2025 Retrieved from www.un.org
World Economic Forum. (2022). Travel & Tourism Development Index 2021:
Rebuilding for a sustainable and resilient future. On February 5, 2025 Retrieved from https://www.weforum.org/reports/travel-tourism-development-index-2021