ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อาชีพและความเสี่ยงการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมของอาชีพเอนเตอร์เทนเนอร์ในเขตกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

นิธิตรา เชาว์พยัคฆ์
เสกสัณ เครือคำ

บทคัดย่อ

อาชีพเอนเตอร์เทนเนอร์ เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางสังคมที่ทำให้มีการตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง การทำร้าย และการข่มขู่บังคับ การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อาชีพเอนเตอร์เทนเนอร์ ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมของผู้ประกอบอาชีพเอนเตอร์เทนเนอร์ และเพื่อเสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมของผู้ประกอบอาชีพเอนเตอร์เทนเนอร์ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เลือกโดยใช้วิธีเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 12 คน ซึ่งประกอบด้วย 1) กลุ่มเจ้าของสถานประกอบการ จำนวน 2 คน 2) กลุ่มหนุ่มสาวเอนเตอร์เทนเนอร์ จำนวน 8 คน และ 3) กลุ่มนักอาชญาวิทยาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 2 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อาชีพนี้ประกอบด้วย ปัจจัยทางสังคม ครอบครัว เศรษฐกิจ บุคลิกภาพ และภาระงาน นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ประกอบอาชีพนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ทั้งในด้านสถานที่ทำงาน ด้านการเดินทาง ด้านการขาดสติจากการดื่มหรือใช้สารเสพติด ด้านการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าที่หลากหลาย และด้านความไม่ชัดเจนของมาตรการทางกฎหมาย โดยมีแนวทางการป้องกันและแก้ไขในหลายมิติ อาทิ การเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในสถานประกอบการ การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับกฎหมายให้แก่ผู้ประกอบอาชีพ การอบรมทักษะเอาตัวรอด และการผลักดันนโยบายหรือกฎหมายเฉพาะที่ครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิของแรงงานในสายงานนี้ ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานโยบาย สร้างความปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศของผู้ที่ประกอบอาชีพเอนเตอร์เทนเนอร์อย่างเป็นรูปธรรม


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เชาว์พยัคฆ์ น. ., & เครือคำ เ. (2025). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อาชีพและความเสี่ยงการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมของอาชีพเอนเตอร์เทนเนอร์ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารกระบวนการยุติธรรม, 18(2), 191–210. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JTJS/article/view/280658
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Arisa Phan-iam. (2020). Self-protection against becoming a crime victim among foreign tourists: A case study of foreign tourists visiting Khao San Road, Bangkok. Journal of Political Science and Public Administration, 11(1), 91-114.

Cohen, L. E., & Felson, M. (1979). Social change and crime rate trends: A routine activity approach. American Sociological Review, 44(4), 588–608. https://doi.org/10.2307/2094589.

Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review, 50(4), 370–396. https://doi.org/10.1037/h0054346

Natchanon Duangpracha. (2019). Open the world of entertainment, heavy money, hundreds of thousands. Kapook. https://hilight.kapook.com/view/193845

Phisit Rakangwong. (2018). A study of factors influencing elderly people becoming crime victims in Bangkok (Master’s thesis, National Institute of Development Administration, School of Public Administration).

Piyawat Charernsuk & Chaiyut Chinokul. (2022). Happiness and work engagement of promotional models (Pretty) in Bangkok. MCU Social Science Review, 11(3), 9-10

Pornchai Khantee, Khomdet Treemek & Krisanaphong Putrakul. (2015). Criminology theories: Principles, research, and policy application. S. Charoen Print.

Royal Thai Police. (2024). Annual report 2024. Naewna Online Newspaper.https://www.naewna.com/local/850529

Sarawut Buaprom. (2016). Forensic evidence and the justice process. Court of Justice Journal, 28(2), 64–67.

Sriwara Rangsipramanakul & Chayaphon Chatchaidet. (2015). Proactive crime prevention by crime triangle theory. Metropolitan Police Bureau.

Senna, J. J., & Siegel, L. J. (2007). Introduction to Criminal Justice (11th ed.). Belmont, CA: Thomson Wadsworth.

Tasanamin Ratchatanaratch & Neeranuch Wongcharoen. (2021). Media situation and media influence affecting violent behavior of children and youth in Chiang Mai Province. Journal of Public Health Academic, 30(2), 99–210.

The Matter. (2023). Getting to know the life of ‘male entertainers’: High-paying jobs that come with trade-offs. The Matter. https://thematter.co/social/male-entertain/202543