กลไกการอภิบาลความร่วมมือเชิงพื้นที่ในการจัดการปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง (PM 2.5): กรณีศึกษาอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • Pattana Kamano Public Officer, Chiang Dao District Administrative Center, Chiang Mai Province
  • Noppon Akahat Corresponding Author, Associate Professor Dr., Master of Public Administration Program, School of Management Science, Sukhothai Thammathirat Open University, Thailand
  • Narathip Sriram Associate Professor Dr., Master of Public Administration Program, School of Management Science, Sukhothai Thammathirat Open University, Thailand

คำสำคัญ:

กลไกการอภิบาลความร่วมมือ, การจัดการปัญหาไฟป่า, เชียงดาว, เชียงใหม่

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) กลไกการอภิบาลความร่วมมือเชิงพื้นที่ 2) ปัญหาการดำเนินงาน และ 3) แนวทางการพัฒนากลไกการอภิบาลความร่วมมือเชิงพื้นที่ในการจัดการปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง (PM 2.5) ในพื้นที่กรณีศึกษาอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) ทำการเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 13 ราย ซึ่งใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประสานความร่วมมือในการบริหารจัดการปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง (PM 2.5) ในพื้นที่ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ วิเคราะห์ข้อมูลแบบการวิเคราะห์เนื้อหา และตรวจสอบความถูกต้องด้วยวิธีแบบสามเส้าด้านข้อมูล

          ผลการวิจัยพบว่า 1) กลไกการอภิบาลความร่วมมือในพื้นที่ เริ่มต้นจากความตระหนักถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม การเข้ามาของแต่ละภาคส่วนมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การสร้างความร่วมมือและความไว้วางใจเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยต้องมีการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง (PM 2.5) ผ่านกลไกการอภิบาลความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ 2) ปัญหาการดำเนินงาน ได้แก่ สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ยากในการแก้ไขในระยะสั้น เนื่องจากมีความเชื่อผิดๆ ของประชาชนและสภาพภูมิประเทศที่ไม่เหมาะสมต่อการควบคุมไฟป่า การทำงานจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน และ 3) แนวทางการพัฒนา ได้แก่ การให้ชุมชนมีบทบาทหลักในการจัดการปัญหาตามบริบทพื้นที่ การสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมความรู้ ทรัพยากร และการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งเสริมความร่วมมือของชุมชนจะทำให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

Kamano, P., Akahat , N., & Sriram, N. (2026). กลไกการอภิบาลความร่วมมือเชิงพื้นที่ในการจัดการปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง (PM 2.5): กรณีศึกษาอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่. วารสารนโยบายและกิจการสาธารณะ, 5(1), 1–15. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/PPPA/article/view/286633