ปัญหาในการอ่านบทอ่านประเภทข่าวของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทย: กรณีศึกษานิสิตวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น ชั้นปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่พบในการอ่านบทอ่านประเภทข่าวของนิสิตวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น ชั้นปีที่ 4 จำนวน 10 คน ผ่านการวิธีการเก็บข้อมูลแบบ Thinking-out-loud (หรือ Thinking-aloud) โดยนำบทอ่านประเภทข่าวที่มีเนื้อหาในหมวดข่าวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน ความยาวจำนวน 547 ตัวอักษร ให้กลุ่มเป้าหมายอ่านเพื่อตีความโดยละเอียด พร้อมกับขอให้บรรยายความคิดและความเข้าใจที่มีต่อเนื้อหาของบทอ่าน ผลการศึกษาพบว่าประเภทของปัญหามี 5 ประเภท ได้แก่ 1. ปัญหาการทำความเข้าใจความหมายของคำศัพท์ 2. ปัญหาการตีความข้อมูลในบทอ่าน 3. ปัญหาการทำความเข้าใจโครงสร้างประโยค 4. ปัญหาการประยุกต์ใช้ความรู้เดิมเพื่อตีความบทอ่าน 5. ปัญหาอื่นๆ โดยประเด็นปัญหาหัวข้อย่อยที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เลือกอ่านข้ามข้อมูล (ร้อยละ 21.33) วิเคราะห์โครงสร้างประโยคผิด (ร้อยละ 18.66) และคาดเดาความหมายของคำศัพท์ผิด (ร้อยละ 18.00) นอกจากนี้ ยังพบปัญหาที่เกิดจากลักษณะพิเศษของบทอ่านประเภทข่าว ได้แก่ ปัญหาการตีความพาดหัวข่าว ปัญหาการทำความเข้าใจคำที่มาจากภาษาต่างประเทศที่ไม่เคยเจอในตำราเรียน ปัญหาการทำความเข้าใจคำศัพท์เฉพาะที่แสดงชื่อบุคคลหรือสถานที่ รวมถึงปัญหาการนำภาพข่าวมาพิจารณาประกอบ จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยขอเสนอแนะแนวทางในการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ได้แก่ การแนะนำให้ผู้เรียนตระหนักถึงวัตถุประสงค์ในการอ่าน การอธิบายลักษณะเฉพาะของโครงสร้างประโยค และการจัดทำรายการคำศัพท์และสำนวน ตลอดจนแนะนำวิธีการสืบค้นความหมายของคำศัพท์ให้กับผู้เรียนเพิ่มเติม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เตวิช เสวตไอยาราม. (2559). กลยุทธ์การอ่านของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทยที่มีความสามารถต่างกัน. วารสารญี่ปุ่นศึกษา, 33(2), 59-78.
ธัญญารัตน์ สงวนศรี. (2558). ความวิตกกังวลและความสามารถในการอ่านภาษาญี่ปุ่น. เอกสารหลังการประชุมวิชาการระดับชาติญี่ปุ่นศึกษา ครั้งที่ 8. 17-35.
ธัญญารัตน์ สงวนศรี. (2565). การสำรวจกลยุทธ์การอ่านภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียนระดับต้น กรณีศึกษานักศึกษาสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยบูรพา. เอกสารหลังการประชุมวิชาการระดับชาติญี่ปุ่นศึกษา ครั้งที่ 16. 22-33.
พัชราพร แก้วกฤษฎางค์. (2563). การพัฒนากรอบมาตรฐานภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาเอกในสถาบันอุดมศึกษาไทย. วารสารญี่ปุ่นศึกษา, 37(2), 81-97.
วราลี จันทโร และธนภัส สนธิรักษ์. (2563). การวิเคราะห์ปัญหาด้านการใช้ภาษาญี่ปุ่นที่พบในการฝึกงาน: กรณีศึกษาผู้เรียนวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น. วารสารเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา, 10(1), 65-82.
อดิศรา กาติ๊บ. (2543). หน่วยความคิด: อีกทางเลือกหนึ่งของการวิเคราะห์ข้อมูล. วารสารภาษาปริทัศน์. 18, 120-136.
อัจฉรา อึ๊งตระกูล. (2561). การศึกษาความเชื่อของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทยที่มีต่อการอ่านภาษาญี่ปุ่น. วารสารเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา Special Edition 2018, 22-44.
โอซามุ มิซุทานิ และโนบุโกะ มิซุทานิ. (2550). Shimbun ญี่ปุ่นเชิงข่าว (ตรีทิพย์ รัตนไพศาล และสมจิตร์ สิริรัตนวิทย์ แปล). กรุงเทพฯ: ภาษาและวัฒนธรรม.
Kucan, L., & Beck, I. L. (1997). Thinking Aloud and Reading Comprehension Research: Inquiry, Instruction, and Social Interaction. Review of Educational Research, 67(3), 271-299.
NHK News Web. (2021). 「大学生が奮闘 小豆島のナイトプール ねらいはSNS映え」Retrieved August, 26, 2022, from https://www3.nhk.or.jp/news/html/20220812/k10013766461000.html.
桑原陽子・山口美佳 (2014).「中国語系初級日本語学習者がホテル検索サイトを読むときの困難点」『国立国語研究所論集』8, 109-127.
トラン グエン バオ ウィ(2016).「ベトナム人中級学習者の説明文の読解上の問題点-ホーチミン人文社会科学大学日本学部2年生と3年生を例にして」『日本言語文化研究会論集』12, 111-130.
中島晶子 (2020).「非漢字系初級学習者の読解困難点」『日本語教育学研究8 日本語学習者の読解過程』, Coco Publishing, 27-45.
野田尚史(他)(2017a).「日本語非母語話者の読解コーパス」Retrieved July, 22, 2022, from http://www.nodahisashi.org/jsl-rikai/dokkai/index.html.
野田尚史・花田敦子・藤原未雪 (2017b).「上級日本語学習者は学術論文をどのように読み誤るか-中国語を母語とする大学院生の調査から―」『日本語教育』167, 15-30.
野田尚史 (2020).「日本語学習者の読解過程の研究方法と研究課題」『日本語教育学研究8 日本語学習者の読解過程』, Coco Publishing, 5-24.
藤原未雪 (2017). 「上級日本語学習者が小説を読むときに見られる誤読-中国語を母語とする大学院生の事例から-」『読書科学』59(2), 43-57.
向井裕樹 (2020).「非漢字系中級学習者の読解困難点」『日本語教育学研究8 日本語学習者の読解過程』, Coco Publishing, 47-62.
森雅子 (2000). 「母国語および外国語としての日本語テキストの読解 Think-aloud法による3つのケース・スダディー」『世界の日本語教育』10, 57-72.
守時なぎさ (2020).「非漢字系上級学習者の読解困難点」『日本語教育学研究8 日本語学習者の読解過程』, Coco Publishing, 63-81.
和氣圭子 (2013).「中上級日本語学習者の読解における困難点: think-aloud法による事例研究」『言語科学研究』神田外語大学院紀要19, 101-115.