สมุดคำฉันท์กล่อมเสวตรฉัตร: การศึกษาที่มาและเขตขัณฑสีมาสยามสมัยรัชกาลที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
สมุดคำฉันท์กล่อมเสวตรฉัตรเป็นวรรณคดีไทยที่มีต้นฉบับจัดเก็บไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ กรุงปารีส ลักษณะเอกสารเป็นสมุดไทยขาว อักษรไทย สมัยรัตนโกสินทร์ เนื้อหากล่าวถึงการบวงสรวงสังเวยพระมหาเศวตฉัตรประจำพระที่นั่งไพศาลทักษิณฯ ในพระบรมมหาราชวัง จากการปริวรรตและศึกษาพบว่ามีเนื้อความคล้ายกับงานพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ซึ่งได้ทรงนิพนธ์คำฉันท์กล่อมพระมหาเศวตฉัตรในพระที่นั่งต่างๆ หลายองค์ในคราวฉลองและสังเวยพระมหาเศวตฉัตรในรัชกาลที่ 4 จึงนับได้ว่าวรรณคดีเล่มนี้เป็นงานพระนิพนธ์อีกชิ้นหนึ่งที่สำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าในการสังเวยเทวดารักษาเศวตฉัตรนั้น ได้เอ่ยอ้างถึงเมืองต่างๆ ในขอบขัณฑสีมาอาณาจักรให้มาร่วมแสดงความจงรักภักดี รายชื่อเมืองต่างๆ ที่ปรากฏในสมุดคำฉันท์เป็นพระราชอาณาเขตของสยามในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งชื่อของบางเมืองยังคงปรากฏอยู่ เช่น เมืองบางขลัง เป็นต้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. (2535). ประชุมจารึกภาคที่ 1 จารึกสุโขทัย. อมรินทร์พริ้นติ้ง.
กรมศิลปากร. (2554). ราชสกุลวงศ์. อมรินทร์พริ้นติ้ง.
ชุมนุมฉันท์ดุษฎีสังเวย. (2457). พิมพ์ไทย สะพานยศเส. (พิมพ์แจกในงานศพพระยาศรีธรรมาศุกราช (เจริญ จารุจินดา)).
ทิพากรวงศ์, เจ้าพระยา. (2547). พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4. กรมศิลปากร.
ประกาศการพระราชพิธี เล่ม 2 สำหรับพระราชพิธีการจร. (2457). พิมพ์ไทย สะพานยศเส.
ราชบัณฑิตยสภา. (2472). ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 51 จดหมายเหตุเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต. โสภณพิพรรฒธนากร. (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ครบสัปตมวาร ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2472).
ศานติ ภักดีคำ. (2562). พระมหาเจษฎาราชอาณาจักรในจารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง วัดพระเชตุพน. สหธรรมิก.
สำนักพระราชวัง. (2555). หมู่พระมหามณเฑียร. พงษ์วรินการพิมพ์.
Cabaton, A. (1912). Catalogue sommaire des manuscrits indiens, indochinois, malayo-polynésiens. Ernest Leroux.
Croizier, Le Mis de. (1887). Notice des manuscrits siamois de la Bibliothèque Nationale. Ernest Leroux.