การสอบสวนในคดีอาญาที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้ต้องหาหรือจำเลย

Main Article Content

ปรีชาญ จามเจริญ
ฤๅเดช เกิดวิชัย
สุดาวรรณ สมใจ

บทคัดย่อ

การแบ่งแยกอ�านาจสอบสวนให้เป็นของพนักงานสอบสวนโดยล�าพัง โดยไม่ให้พนักงานอัยการเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยตั้งแต่เริ่มแรก อาจก่อให้เกิดการสอบสวนที่เป็นการใช้อ�านาจโดยมิชอบ กระทบต่อสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของ จ�าเลย การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของการสอบสวน และการสั่งฟ้องคดีอาญา 2. ศึกษา ปัญหาและอุปสรรคในการกำหนดมาตรการเพื่อให้การสอบสวนและการฟ้องร้องเป็นกระบวนการเดียว 3. เสนอแนะแนว ทางที่เหมาะสมเพื่อให้การสอบสวนและฟ้องร้องคดีอาญาเป็นกระบวนการเดียวกัน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา หรือ จำเลยในกระบวนการยุติธรรม การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ พนักงานสอบสวน ที่มีประสบการณ์ ในการทำงานด้านการสอบสวนไม่น้อยกว่า 3 ปี จำนวน 10 คน และ พนักงานอัยการ ที่มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยว กับฟ้องร้องคดีอาญาไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวน 10 คน รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 20 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูล โดยวิธีการสัมภาษณ์เจาะลึก และวิเคราะห์ผลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1. กระบวนการสอบสวนและฟ้องร้องคดีอาญายังมีปัญหา เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ถูก ต้องของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ กล่าวคือ การสั่งคดีของพนักงานอัยการมีความคลาดเคลื่อนตามความเห็น ที่ของของพนักงานสอบสวน นำไปสู่ความผิดพลาดในการสั่งฟ้อง หรือดำเนินคดีอาญา 2. ปัญหาและอุปสรรค ประกอบ ด้วย ความยึดติดในอำนาจของบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กฎหมายแบ่งแยกอำนาจและความผิดชอบของหน่วยงาน ที่รับผิดชอบออกจากกัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิเสธความรับผิดชอบภายใต้ขอบเขตงานของตน และ3. แนวทางที่ เหมาะสมเพื่อให้ การสอบสวนและการฟ้องร้องคดีอาญาเป็นกระบวนการเดียวกัน คือ การรวมกระบวนการทั้งสองเข้าด้วย กัน โดยกำหนดให้พนักงานอัยการมีอำนาจแสวงหาพยานหลักฐานและรวบรวมพยานหลักฐานได้ด้วยตนเองในคดีที่จำเลย อาจได้รับโทษที่มีอัตราโทษสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ส่วนคดีอาญาที่มีอัตราโทษไม่เกินสิบปี และไม่มีปัญหาสลับซับซ้อน พนักงานอัยการจะแสวงหาพยานหลักฐานและรวบรวมพยานหลักฐานได้ด้วยตนเองหรือจะมอบหมายหน้าที่ให้แก่ พนักงานสอบสวนก็ได้ ผลการวิจัยนี้ให้แนวทางและข้อเสนอแนะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ผู้ต้องหาได้รับการ ป้องกันจากการใช้อำนาจสอบสวนโดยมิชอบ และช่วยให้การพิสูจน์ความจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคุ้มครอง สิทธิของผู้ต้องหาในกระบวนการยุติธรรม

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณิต ณ นคร. (2542). กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.
___________ (2549). กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.
คนึง ฤาไชย. (2551). กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: เดือนตุลา.
ณรงค์ ใจหาญ. (2547). หลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.
ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม. (2557). แนวทางในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนฟ้องร้องดำเนินคดีของพนักงานอัยการ.วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 6(1),174-185.
ประสิทธิ โฆวิไลกูล. (2540). เหลียวหลังดูกฎหมายและความยุติธรรม. กรุงเทพมหานคร: นิติธรรม.
ปิยพร เกษมภักดีพงษ์. (2556). บทบาทของอัยการในการกกับดูแลสอบสวน: ศึกษากรณีการตรวจสอบการขอออกหมาย อาญาในชั้นเจ้าพนักงาน. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรคสาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 ทวิ, 133 ตรี และ มาตรา 134/2
ยิ่งพรัณณฐ์ คำภูเวียง. (2555). เขตอำนาจสอบสวนคดีอาญา. วารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์, 6(3), หน้า 25-38.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550. ระเบียบกรมตำรวจ ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2526 ลงวัน ที่ 5 กันยายน 2526.
สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล. (2548). การนำรูปแบบการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาพัฒนารูปแบบ การพิจารณาคดีอาญาทั่วไป. สำนักงานศาลยุติธรรม.
โสภณ รัตนากร. (2549). คำอภิบายกฎหมายลักษณะพยาน (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: นิติบรรณาการ
แอล ดูปลาตร์ และ วิจิตร์ ลุลิตานนท์. (มปป.). กฎหมายลักษณะพยานและจิตตวิทยา พ.ศ. 2477 (เอกสารประกอบคำสอน ภาค 4 ชั้นปริญญาตรี วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)หน้า 3).
อุทัย อาทิเวช. (2555). รวมบทความกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฝรั่งเศส. (พิมพ์ครั้งที่ 2). วี.เจ.พริ้นติ้ง.
Lord Denning. (1995). The Road to Justice. Stevens & Sons Ltd., London, pp. I-vii, 1-118. Australian price 14s. 9d.
Sokovic, S. M., Turanjanin, V. M., & Cvorovic, D. S. (2017). Cooperation between police and public prosecutor-law and practice in Serbia. Zbornik Radova, 51, 337-352.

Translated Thai Reference
Constitution of the Kingdom of Thailand BE 2550. Police Department Regulations On temporary release (5th edition), 1983, dated 5 September 1983. (in Thai)
Na Nakorn Kanit. (1999). The criminal procedure code (5th ed.). Bangkok: Winyuchon Publication House. (in Thai)
Na Nakorn Kanit. (2006). The criminal procedure code (7th ed.). Bangkok: Winyuchon Publication House. (in Thai)
Lachai Kanung. (2008). The criminal procedure code volume 1 (9th ed.) Bangkok: October print. (in Thai)
Jaiharn Narong. (2004). Principle of criminal procedure (8th ed.). Bangkok: Winyuchon Publication House. (in Thai)
Wongniam Nuttawut. (2014). Approach for developing role and duty of investigation on prosecute of attorney. Pathumthani University Academic Journal, 6(1), 174-185. (in Thai)
Kovilaikool Prasit. (1997). Look back at the law and justice. Bangkok: Nitithamlawbook.
Kasempakdeepong Piyaporn. (2013). Role of public prosecutors in supervision of making inquires: Case study of examination of request for criminal warrant issuance in the officer stage. Bangkok: Dhurakij Pandit University. (in Thai)
Ratanakorn Sopon. (2006). Description of the law of witnesses (5th ed). Bangkok: Niti Bannakarn.
Likasitwatanakul Surasak. (2005). The introduction of criminal judicial models of political office holders to develop general criminal trial forms. Bangkok: The Criminal Court. (in Thai)
The criminal procedure code, section 143, paragraph three. (in Thai)
The criminal procedure code, section 133, third paragraph. (in Thai)
The criminal procedure code, Section 133 bis, 133 ter and 134/2. (in Thai)
Arthivech Uthai. (2012). The French criminal procedure law article. (2nd ed.). V.J. Printing. (in Thai) Khamphuwiang Yingphan. (2012). Jurisdictional investigation in criminal cases. Graduate Law Journal, 6(3), 25-38. (in Thai)