กระบวนการเข้าสู่การบำบัดรักษาเพื่อเลิกใช้ยาบ้า ด้วยความสมัครใจของเยาวชนไทย

Main Article Content

เรืองสิทธ์ เนตรนวลใย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาย้อนประสบการณ์ในอดีต ในกลุ่มเยาวชนไทยที่สมัครใจ เลิกใช้ยาบ้าและเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา จากสถานบำบัดรักษาจนครบกระบวนการ โดยมีกลุ่มสหวิชาชีพเป็นผู้ ให้การบำบัดรักษา พื้นที่ในการศึกษาครั้งนี้ คือ “สถานบำบัดอันดามัน” ในจังหวัด”ภาคใต้” ส่วนวิธีการหลักที่ใช้ใน การเก็บข้อมูลคือ การสังเกตและการสัมภาษณ์ระดับลึกของผู้ให้ข้อมูลหลักที่สำคัญ 3 กลุ่มตัวอย่าง คือ 1) กลุ่ม เยาวชนไทยที่ติดยาบ้าที่เข้ารับการบำบัดรักษา 2) กลุ่มเจ้าหน้าที่ในสถานบำบัดที่ให้การบำบัดรักษา คือ จิตแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช นักจิตวิทยา 3) กลุ่มผู้ปกครองและผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งในและนอกสถาน บำบัด ผลการวิจัยพบว่า วิธีการเข้าสู่การบำบัดรักษาเพื่อเลิกใช้ยาบ้าด้วยความสมัครใจของเยาวชนไทย คือ การ ตัดสินใจเข้าหาพ่อแม่ ยึดถือพ่อแม่เป็นหลัก การนำตัวเองเข้าสู่ศาสนาโดยการบวช และการรับรู้ถึงตัวตนถึงการไม่มี สาระในชีวิต การกลัวที่จะขาดโอกาสที่ดีในชีวิต ความก้าวหน้า และ สัมพันธภาพในครอบครัวที่ดี การยอมรับฟัง ปัญหา การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ความต้องการกำลังใจ ด้วย เหตุผลที่เยาวชนไทยมีความสงสารพ่อแม่ การมีจิตสำนึก การปลูกฝังจิตสำนึกในครอบครัว และเงื่อนไขที่มีผลต่อการ เลิกใช้ยาบ้าและเข้ารับการบำบัดรักษา คือการที่เยาวชนไทยได้รับการยอมรับจากบุคคลรอบข้าง ได้รับการยอมรับ จากบุคคลที่อยู่ในสังคม มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม รวมถึงบุคคลใกล้ชิด เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ เยาวชนไทยคิดและตัดสินใจ สมัครใจเลิกใช้ยาบ้าและเข้าสู่การบำบัดรักษาจนครบกระบวนการและไม่หวนกลับไปใช้ ยาบ้าซ้ำอีก ส่วนแนวทางของสถานบำบัดที่ส่งเสริมให้เยาวชนเข้าสู่การบำบัดการเลิกใช้ยาบ้าด้วยความสมัครใจก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้การบำบัดรักษาและผู้รับการบำบัดรักษา และการที่ผู้ป่วยเข้าใจตัวเอง การเยี่ยมผู้ป่วย ความเอาใจใส่ ติดตามอย่างใกล้ชิด จริงจัง และต่อเนื่อง กระบวนการสร้างการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรม ความคิด ทัศนคติ จิตสำนึก ที่ครอบคลุมทั้งภายนอกและภายใน การบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจ การแก้ไขที่อาศัยการประสาน งานกันเป็นเอกภาพของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขจากการปราบปรามอย่างจริงจังของรัฐบาล เหล่านี้คือ แนวทางในการปฏิบัติที่ทำให้เพิ่มจำนวนเยาวชนไทยเข้าสู่ระบบสมัครใจบำบัดรักษาเพื่อเลิกใช้ยาบ้า

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

รายงานพิเศษเปิดตัวอาสาสมัครช่วยผู้ติดยา 1165 รุ่นแรกของประเทศไทย.(2553,กรกฎาคม26).หนังสือพิมพ์ บ้านเมือง.หน้า 13.
ดรุณี ภู่ขาว.(2548).การพัฒนารูปแบบการบำบัดที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทยที่ใช้ในการบำบัดผู้ที่ประสบปัญหาเกี่ยว เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์, บูมซิบีที, เอกสารหมายเลข 10 ประกอบการบรรยายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจาก แอลกอฮอล์ วันที่ 19-20 ตุลาคม 2548 ณ ห้องประชุม ประเมิน จันทวิมล อาคารกรม ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
------------.(2553).การประยุกต์ใช้แนวคิดการเพิ่มแรงจูงใจให้บุคคล/องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลง การประชุมวิชาการยา เสพติดแห่งชาติครั้งที่ 11 ปี 2553 เรื่อง รู้ลึก รู้จริง รู้ทันยาเสพติด:Update in Addiction.หน้า 34-41. กรุงเทพมหานครฯ.
-----------.(2554).องค์ความรู้ด้านการศึกษาวิจัยและการจัดทำโครงการในต่างประเทศเพื่อส่งเสริม การเข้าถึงบริการการบำบัดแบบสมัครใจในกลุ่มผู้ติดสารเสพติด.กรุงเทพมหานครฯ.
ดรุณี ภู่ขาว และคณะ.(2553).โครงการปัจจัยความสำเร็จด้านการเพิ่มจำนวนผู้เสพและผู้ติดเข้าสู่ กระบวนการบำบัด ฟื้นฟูระบบสมัครใจในการปฏิบัติงานระดับพื้นที่.กรงุเทพมหานครฯ.
------------.(2555.) หนังสือหลักสูตรฝึกอบรมการบำบัดผู้ติดสรุาและสารเสพติดด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavioural Therapy). เชียงใหม่.แผนงานการพัฒนาระบบรูปแบบและวิธีการบำบัดรักษาผู้มีปัญหา การบริโภคสุราแบบบูรณาการ (ผรส.)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.วนิดาการพิมพ์.
Merriam,S.B.(2009).Qualitative Research : A guide to design and implementation,San Francisco:Jessey-Bass.
Strauss,A.,&Corbin,J.(1994).Grounded theory methodology: An overview. In N.Denzin&Y.Lincoln (Eds.),Handbook of qualitative research (pp.273-285).Thousand Oaks,CA:Sage
Yin,R.K.(2003).Applications of case study Research : Design and Methods.Thousand Oaks,Sage.