การบูรณาการรูปแบบองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเสนอรูปแบบใหม่ของชุมชน แห่งการเรียนรู้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การพัฒนาประเทศที่ผ่านมา เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นรูปแบบการพัฒนาที่ละเลยความสำคัญ ขององค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีอยู่ในชุมชน ส่งผลให้เกิดปัญหา ด้านคุณธรรม จริยธรรม สุขภาพวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการพึ่งตนเอง วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อศึกษาองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนราชธานีอโศก และนำเสนอรูปแบบใหม่ของชุมชนแห่งการเรียนรู้ โดยการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และการสังเกต ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้ดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ชาวชุมชนและผู้เข้ารับการศึกษาดูงานจากชุมชน ช่วงเวลาดำเนินการวิจัย คือ พ.ศ. 2553-2555 ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบใหม่ของชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ใช้กับชุมชนทั่วไปและชุมชนชาวอโศก คือ การประสานร่วมมือกันอย่างกลมกลืนระหว่างบ้านวัดโรงเรียน อาศัยปัจจัยนำเข้า คือ (1) แหล่งความรู้ได้แก่ องค์กรชุมชน และ สื่อ (2) แหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ คน และกิจกรรมต่างๆ มีกระบวนการเรียนรู้หลายรูปแบบ แล้วนำมาลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เกิดความรู้ในตัวคน สั่งสมเป็นพลังปัญญา ส่งผลให้รอดพ้นจากภัยคือปัญหาที่มีอยู่ กระบวนการพัฒนาชุมชนประกอบด้วย การรวมกลุ่มประกอบกิจกรรม การพัฒนาบุคลากร การคัดกรองความรู้ที่มาจากภายนอก การร่วมกันดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย การนำแนวคิดที่ประสบผลสำเร็จแล้วมาปรับใช้และพัฒนาให้เหมาะสม
Article Details
บทความที่ปรากฏในวารสารนี้ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ซึ่งสมาคมนักวิจัยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป การนำเสนอผลงานวิจัยและบทความในวารสารนี้ไปเผยแพร่สามารถกระทำได้ โดยระบุแหล่งอ้างอิงจาก "วารสารสมาคมนักวิจัย"
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เขต 5 (2549). การประเมินเชิงศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงจากปราชญ์ชาวบ้าน กรณีศูนย์ฝึกราชธานีอโศก. อุบลราชธานี : ศูนย์ฝึกอบรมราชธานีอโศก.
ชาย โพธิสิตา. (2550). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์ พริ้นติ้ง
ทรงคุณ จันทจร. (2544). การถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านเรื่องทรัพยากร ดิน น้ำป่าไม้ของกล่มุ ชาติพันธ์กุ ะเลิง. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต: มหาวิทยาลัยมหิดล.
ทรงศิริ สาประเสริฐ. (2541). ลักษณะการถ่ายทอดความรู้ของภูมิปัญญาชาวบ้าน. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยมหิดล.
บุญชม ศรีสะอาด. (2531). รูปแบบการสอนวิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ. มหาสารคาม : ปรีดีการพิมพ์.
ประดินันท์ อุปรมัย. (2549). “กระบวนการเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยในรูปแบบการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ในจังหวัดจันทบุรี:การทำสวนทุเรียน”. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช, 19(1), 71-78.
พจนา เอื้องไพบูลย์. (2546). การพัฒนารูปแบบกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน : การศึกษาแบบ
พิทยา ว่องกุล. (2540). คำประกาศอิสรภาพจาก IMF. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้ง.
พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง. (2525). อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธ พลสูตร เล่มที่ 23.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์กรมการศาสนา.
วรรณา เลิศวิจิตจรัส และอรพิณ ชูเกาะทวด. (2549). นานาเรื่องราวการจัดการความรู้. กรุงเทพมหานคร: บีมแอดเวอร์ไทซิ่ง.
วราภรณ์ หลวงมณี. (2544). การจัดการสารสนเทศภูมิปัญญาชาวบ้านของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน.วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยขอนแก่น
วิจารณ์ พานิช. (2554). “ทำความรู้จัก KM ทศานุภาพของการจัดการความรู้”, KM สำนักงบประมาณ.ค้นเมื่อ 14, กรกฎาคม 2554. จาก http://www.bb.go.th/bbkm/content.asp?option=viewdetail&ifmid.
วุฒิชัย อ่องนาวา. (2552) “ปรัชญาญาณวิทยา”, ปรัชญาและศาสนา. ค้นเมื่อ 14, ธันวาคม2552. จาก http://saengtham.wordpress.com/philosophy
ศิรานุช อ่อนอ้น. (2548). กระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาการรักษาสุขภาพของชาวไทเขิน : กรณีศึกษาบ้านป่าไผ่ หมู่ที่ 4 ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
เสรี ซาเหลา และเรืองยศ จันทรคีรี. (2544). กระบวนการเรียนรู้ของประชาชน คือ แนวทางพัฒนา ชุมชนและวิกฤตชาติ. นครสวรรค์ : วิถีการพิมพ์.
เสรี พงศ์พิศ. (2532). ความหวังใหญ่ของสระคูณ. กรุงเทพมหานคร: เจริญวิทย์การพิมพ์.
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.