การศึกษากรอบแนวคิดเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและปัจจัยที่ทำให้การพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมประสบ ความสำเร็จในต่างประเทศ ตลอดจนสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและ/หรือผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ และแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายแห่ง ได้มีการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมจนประสบผลสำเร็จ จากการมีบทบาทอย่างแข็งขันจากการสนับสนุนและผลักดันของ ภาครัฐ โดยเฉพาะการพัฒนาหน่วยงานเฉพาะสำหรับดูแลวิสาหกิจเพื่อสังคม การกำหนดกลยุทธ์ระยะยาวของภาครัฐ การออกกฎหมายเฉพาะ การพัฒนานวัตกรรม การสร้างองค์กรตัวกลางเพื่อบ่มเพาะวิสาหกิจเพื่อสังคม การจัดกองทุน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายของวิสาหกิจเพื่อสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกในประเทศไทย พบว่า การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมโดยภาคธุรกิจสามารถส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ขององค์กรที่ดีขึ้น การร่วมมือกัน ในกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะเกิดผลกระทบเชิงบวกมากกว่าได้ดีกว่า เนื่องจากสามารถ ลดความสิ้นเปลืองและความซ้ำซ้อนได้โดยใช้ความต้องการของชุมชนเป็นหลักและต้องทำแบบบูรณาการ นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย ควรมีการพัฒนาแหล่งเงินทุนทั้งตลาดเงินและตลาดทุนของ วิสาหกิจเพื่อสังคม โดยเฉพาะวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ตั้งขึ้นโดยผู้ประกอบการใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทย ทั้งนี้ ภาครัฐควรเป็นผู้ริเริ่มโดยทำกิจกรรมเพื่อสังคมต้นแบบเพื่อให้องค์กร ต่างๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ กำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุน เช่น การให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี ตลอดจนการออก กฎหมายเฉพาะเพื่อให้มีการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมในไทยมีการขยายตัวและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป
Article Details
บทความที่ปรากฏในวารสารนี้ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ซึ่งสมาคมนักวิจัยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป การนำเสนอผลงานวิจัยและบทความในวารสารนี้ไปเผยแพร่สามารถกระทำได้ โดยระบุแหล่งอ้างอิงจาก "วารสารสมาคมนักวิจัย"
เอกสารอ้างอิง
Pättiniemi, P. (2008). Development of legal framework for social enterprises in Finland. Retrieved September 22, 2014 from http://www.oecd.org/cfe/leed/37508850.pdf Shams, M.K. (2009). Accelerating Poverty Reduction in Bangladesh Through the Grameen Family of Companies: Building Social Enterprises as Business Ventures. Retrieved September 9, 2014, from http://www.grameenfoundation.org/ sites/ grameenfoundation.org/ files/archive-dev09/ Khalid-Shams-Accelerating-Poverty.pdf Social Enterprise UK. (2012). Brief Guide to the Public Services (Social Value) Act 2012. RetrievedSeptember 28, 2014, http://www.socialenterprise.org.uk/uploads/files/ 2012/03/ public_services_act_2012_a_brief_guide_web_version_final.pdf Social Enterprise UK. (2013). Social Enterprise FAQs. Retrieved September 12, 2014, from http:/ /socialenterprise.org.uk/about/about-social-enterprise/FAQs#what data Talbot, C., Tregilgas, P. & Harrison, K. (2002). Social Enterprise in Australia: An Introductory Handbook. Retrieved August 15, 2014 from http://www.tasregionalarts.org.au/assets/Social_Enterpse_ Part1_2.pdf UK Department for Trade and Industry. (2002). Social Enterprise: A Strategy for Success. Retrieved August 20, 2014 from https://www.gov.uk/government/organisations/uk-trade-investment Wallace, B. (2005). Exploring the meaning(s) of sustainability for community based social entrepreneurs. Social Enterprise Journal, 1(1), 78 – 89.