แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัย ตาม พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัยตาม พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัญหาหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัย ตาม พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมาและเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัย ตาม พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรมีประสบการณ์ อย่างน้อย 1 ปี จำนวน 400 คนใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) และทำการสัมภาษณ์ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฝึกอบรมตามหลักสูตรพนักงานรักษาความปลอดภัย จำนวน 10 คน และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับผู้ให้ข้อมูลในเชิงลึกที่เกี่ยวกับปัญหาและแนวทางการพัฒนาการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัยตาม พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 จำนวน 8 คน โดยวิธีการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง
ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัย ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ทั้ง 3 ด้านประกอบด้วย 1) ด้านเนื้อหาวิชาหลักสูตรการฝึกอบรม คือความทันสมัยของหลักสูตร, กรอบแนวคิดในการฝึกอบรม ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และสถานที่อุปกรณ์การเรียนการสอน 2) ด้านความรู้ความสามารถคือครูผู้ฝึกสอน, ระดับการรับรู้ผู้เข้ารับฝึกอบรม และการประเมินความรู้ 3) ด้านทักษะที่ใช้ในงานรักษาความปลอดภัย คือทักษะภาคปฏิบัติการต้อนรับ/ซักถามเบื้องต้น งานบริการ, ทักษะการใช้เทคโนโลยีในการสังเกตตรวจค้น และทักษะการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน
แนวทางการพัฒนาการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัยตาม พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ควรพัฒนาทั้ง 3 ด้าน ตามแนวทางที่ได้ศึกษาวิจัยเพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ปรากฏในวารสารนี้ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ซึ่งสมาคมนักวิจัยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป การนำเสนอผลงานวิจัยและบทความในวารสารนี้ไปเผยแพร่สามารถกระทำได้ โดยระบุแหล่งอ้างอิงจาก "วารสารสมาคมนักวิจัย"
เอกสารอ้างอิง
กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.(2562).สถิติการเกิดอาชญากรรมทั่วประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2552 - พ.ศ. 2562.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก:http://thaicrimes.org/download-category/.สืบค้นเมื่อ.พฤษภาคม 2565
กัลยา ศรีวิเชียร.(2557). ศึกษาวิจัยเรื่องการประเมินโครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ(นบส.ศธ.) รุ่นที่ 3.หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา ภาควิชาพื้นฐานทางการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2557
คเชนทร์ วัฒนะโกศล นันทนา อุ่นเจริญ และขวัญฤดี ตันตระบัณฑิตย์.(2015).ประสิทธิผลการฝึกอบรมที่มีต่อความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย. WMS Journal of Management Walailak University Vol.4 No.1 Jan – Apr 2015
จิตรวี เชยชม,นารีม๊ะ ลาเต๊ะ,มัชนี สาแมงอและสุรัตน์สวดี แซ่แต้.(2564).คุณภาพชีวิตการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา อำเภอเมืองสาขลา จังหวัดสงขลา.การประชุมวิชากรรระดับชาติ วิทยาลัยนครราชสีมา ครั้งที่ 8 ประจำปี พ.ศ.2564 “สู้ชีวิตวิถีใหม่ ด้วย งานวิจัยทางสุขภาพและการบริการ”
จงกลวรรณ มุสิกทอง,วิมลรัตน์ ภู่ราวุฒิพานิช และรินทิพย์ อุดมพันธุรัก. (2561).ศึกษา
ประสบการณ์การเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติในหอผู้ป่วยอายุรศาสตร์กับการรับรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองของนักศึกษาพยาบาลหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต.Nursing Journal of the Ministry of Public Health.
บุรฉัตร จันทร์แดง, เสาวลักษณ์ โกศลกิตติอัมพร และสัญญา เคณาภูม.(2561).ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ 19 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม - ธันวาคม 2562) วารสารวิชาการธรรม ทรรศน์
ปนัดดา ศรีแจ่ม,สุกัญญา หรูลักษณานนท์ และณัดดา ทิพย์จันทา.(2020). ความพึงพอใจต่อการฝึกอบรมหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้านความปลอดภัย กรณีศึกษา: บริษัท การบิน กรุงเทพ จำกัด(มหาชน).การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานี วิชาการ ครั้งที่ 5 “การวิจัยเพื่อการเปลี่ยนแปลง.
มัณฑนา ดำรงศักดิ์,ธีรนุช ห้านิรัติศัย .(2555). ศึกษาปัจจัยทำนายคุณภาพชีวิตของพนักงานรักษาความปลอดภัย.Nursing Journal Volume 39 Number 3 July-September 2012
รัตนินทร์ ภูมิวิเศษ.(2555) ศึกษารูปแบบการจัดการทาวการพยาบาลในการเสริมความรู้ในระบบการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดสุพรรณบุรี.หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ จัดการพยาบาล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน.
เลิศลักษณ์ วงศ์สวรรค์.(2553).การศึกษาคุณลักษณะความเป็นครูของนิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต(กศ.บ.5 ปี) มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ).หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาวิจารณ์ พานิช,2015. การศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์: เชาวน์ทางปัญญา.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2558). กระบวนทัศน์การโค้ชเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์
สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน ( ประเทศไทย ) ในพระราชูปถัมภ์,2022).จรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านความปลอดภัย.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก. https://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id= 970&Itemid=236.สืบค้นเมื่อ 7 พ.ค.65
สุภัทรา อินทร์คำ.(2560).ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการฟิตเนส เซ็นเตอร์ ในเขตกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษา: เปียบเทียบระหว่างวี ฟิตเนส โซไซตี้ และฟิตเนส เฟิรส์ท.หลักสูตรปริญญา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์.
สำนักนายกรัฐมนตรี. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2562). สถิติการเกิดอาชญากรรมในประเทศไทย (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก: http://thaicrimes.org/download.สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 2565
Bloom, Benjamin S. (1976). Taxonomy of Education Objective, Handbook I : Cognitive Domain. New York : David Mckay.
Charles Kingston and Yao Dzamesi .(2012). The Effects of Training of Training andDevelopment on Employees Performance in The Hunger Project. Ghana
Dick, W. and Carey, L. (1985). The systematic Design of instruction. 2nd ed. Glenview, IL : Scott, 1985.
Harbison, F. H. (1973). Human Resources as the Wealth of Nations. New York: OxfordUniversity Press.
Millet, John D.(1954).. Management in the Public Service. New York : McGraw-Hill.
Milkovich, G. T., & Boudreau, J. W. (1991). Human Resource Management. U.S.A.:Richard Dirking.
Partnership for 21st Century Learning (P21). (2019).P21’sframework for 21st century learning.Retrieved March10, 2019, from http://static.battelleforkids.org
Thongthew, S. (2009). The evolution of curriculum theory and conceptual framework
for the development of alternative curriculum innovation.Journal of Education Naresuan University,10, 92-121. (In Thai)