โคกหนองนาโมเดล : การจัดการเรียนรู้แบบบ้านเรียนระดับประถมศึกษา

Main Article Content

พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ(ดวงชัย)

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ Home School ระดับประถมศึกษา โดยใช้แนวคิดโคก หนอง นา โมเดล 2) เพื่อสร้างชุดนวัตนกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Home School 3)  เพื่อเสนอชุดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Home School เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในวิจัย ได้แก่ 1.ครอบครัวบ้านเรียน จำนวน 2 แห่ง 2. เครือข่ายโคก หนอง นา โมเดล จำนวน 3 แห่ง 3. ผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน 15 รูป/คน  4. นักเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 46 คน  ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แผนจัดการเรียนการเรียนรู้ และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติเชิงบรรยายและวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า สภาพการณ์จัดการเรียนรู้แบบบ้านเรียน ส่วนใหญ่จัดการศึกษาตามความพร้อมของครอบครัว ภูมิปัญญาชุมชนและทุนทางสังคม สำหรับแนวทางการจัดการเรียนรู้ มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.เครือข่ายที่สนับสนุน 2. หลักสูตรการศึกษา 3.สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และ 4.กระบวนการจัดการศึกษา    สำหรับนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้มี 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.สาระสำคัญ 2.ตัวชี้วัด 3.สาระการเรียนรู้  4. สาระการเรียนรู้บูรณาการ  5. จุดประสงค์ฐานสมรรถนะ  6.กิจกรรมการเรียนการสอน 7. สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 8.การวัดผลและประเมินผล  มีชุดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้  9 ชุด คือ 1) ปลูกผักกินเอง 2) ปลูกผักลอยฟ้า 3) 1 หลุม 1 เมนู 4 ) การทำปุ๋ยหมัก 5) ปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ 6) บ้านนี้มีผล 7) ฅนรักษ์แม่โพสพ  8) คันนาทองคำ และ 9) โคก หนอง นา และจากการทดลองใช้ชุดนวัตกรรม พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก แสดงถึงประสิทธิภาพและความเหมาะสมของชุดนวัตกรรม

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

สมจิตร์ ยิ่งยงดำรงฤทธิ์. (2551). การจัดกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัว ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542.

สุทธิลักษณ์ กันธิพันธ์ และคณะ. (2565). การศึกษาสภาพและแนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ในศตวรรษที่ 21, วารสารพิกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 20(1). 247-265.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลาง. การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 .กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาแห่งชาติ 2542.

รุจนี เอ้งฉ้วน และคณะ. (2558). การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบโฮมสคูล: กรณีศึกษาครอบครัวในภาคใต้, วารสารหาดใหญ่วิชาการ, 13(2). 103-116.

Gann, C. & Carpenter. D. (2018). STEM Teaching and Learning Strategies of High School Parents With Homeschool Students, CUP Faculty Research. 26.https://digitalcommons.csp.edu /cup_commons_faculty/26.

Translates in Thai Reference

Chalermchai, Y. & Chalermchai. U. (2000).The Model and Development of Homeschooling in Thai Society. Bangkok: Pimdee.

Engchuang, R. (2015). Homeschooling Learning Process: A Case Study of Southern Thai Families. Hatyai Academic Journal, 13(2). 103-116. (In Thai)

Kanthiphan, S. et al. (2022). A study of the conditions and guidelines for organizing basic education by families in the 21st century, Pikul Journal, Faculty of Humanities and Social Sciences, Kamphaeng Phet Rajabhat University, 20(1). 247-265.

Ministry of Education. (1999). National Education Act B.E. 2542 (1999). Retrieved from https://www.bic.moe.go.th/images/stories/Porobor._2542(In Thai).

Ministry of Education. (2008). Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (2008). Bangkok: Office of the Basic Education Commission. (In Thai).

Nakornthap, A. (2000). Homeschooling: International experiences. Bangkok: Seven Printing Group. (In Thai).

Yingyongdumrongrit. (2008). Learning Process Management of Home School Group According to The National Education Act B.E.2542, (In Thai).