ประสิทธิภาพผงแก่นตะวันที่มีผลต่อการอยู่รอดของแบคทีเรียกรดแลคติกในโยเกิร์ต
คำสำคัญ:
แก่นตะวัน, แบคทีเรียกรดแลคติก, โยเกิร์ตบทคัดย่อ
การศึกษาประสิทธิภาพของผงแก่นตะวันที่มีผลต่อการอยู่รอดของเชื้อแบคทีเรียกรดแลคติกในโยเกิร์ต ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาหาสูตรพื้นฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต 2) ศึกษาชนิดหัวเชื้อที่เหมาะสมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต 3) ศึกษาปริมาณผงแก่นตะวันที่เหมาะสมต่อการผลิตโยเกิร์ต 4) ศึกษาประสิทธิภาพของผงแก่นตะวันที่มีผลต่อการอยู่รอดของเชื้อแบคทีเรียกรดแลคติก ผลการศึกษาพบว่า สูตรพื้นฐาน สูตรที่ 2 ที่มีส่วนผสมของหัวเชื้อโยเกิร์ต 10 กรัม นมพาสเจอไรส์ 100 กรัม นมผง 2 กรัม และน้ำตาล 6 กรัม ได้รับการคัดเลือกเป็นสูตรพื้นฐานที่ดีที่สุด ผลการศึกษาชนิดหัวเชื้อที่เหมาะสมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต ใช้หัวเชื้อโยเกิร์ตทางการค้า 6 ยี่ห้อ พบว่า ยี่ห้อ E ได้รับคะแนนความชอบทางด้านประสาทสัมผัสมากที่สุดในทุกด้านของการทดสอบ คะแนนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 8.03-8.60 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ชอบมาก การศึกษาปริมาณผงแก่นตะวันที่เหมาะสมในการทำโยเกิร์ตพบว่า สูตรที่ 2 ที่มีส่วนผสมของผงแก่นตะวัน 10 กรัม (ร้อยละ 3.3) ผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบด้านสี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวมมากที่สุด มีคะแนนมากกว่า 8 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ชอบมาก ผลการศึกษาประสิทธิภาพของผงแก่นตะวันที่มีผลต่อการอยู่รอดของเชื้อแบคทีเรียกรดแลคติกของโยเกิร์ตเสริมผงแก่นตะวันเปรียบเทียบกับโยเกิร์ตสูตรพื้นฐาน ผลการวิเคราะห์ปริมาณเชื้อแบคทีเรียกรดแลคติกในโยเกิร์ตสูตรพื้นฐาน เชื้อเริ่มต้นในวันที่ 0 มีปริมาณเท่ากับ 8.96 Log CFU/g และมีปริมาณมากที่สุดในวันที่ 10 และวันที่ 12 ของการเก็บรักษา มีปริมาณเท่ากับ 9.30 และ 9.00 log CFU/g โยเกิร์ตเสริมประสิทธิภาพผงแก่นตะวันมีเชื้อเริ่มต้นในวันที่ 0 เท่ากับ 8.77 log CFU/g และในวันที่ 12 ของการเก็บรักษาปริมาณเชื้อแบคทีเรียกรดแลคติกมากที่สุดมีค่าเท่ากับ 9.52 Log CFU/g ตลอดระยะการเก็บรักษาเป็นเวลา 14 วัน พบว่า ปริมาณเชื้อแบคทีเรียกรดแลคติก อยู่ในช่วง 8.68-9.52 Log CFU/g ซึ่งจำนวนเชื้อแบคทีเรียกรดแลคติกที่สูงจะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค เนื่องจากแบคทีเรียกลุ่มนี้มีคุณสมบัติด้านโพรไบโอติก ซึ่งโพรไบโอติกเป็นสมบัติที่เกิดจากอาหารที่มีแบคทีเรียกรดแลคติกจำนวนไม่น้อยกว่า 106 CFU/g
เอกสารอ้างอิง
กฤตภาส จินาภาค. (2560). การผลิตโยเกิร์ตข้าวกล้องงอกพันธุ์หอมไชยา. วารสารวิจัยและพัฒนา. มจธ. 40(1). 17-26.
เทพอัปสร แสนสุข (2559). ผลของสารให้ความหวานต่อคุณภาพของโยเกิร์ต. วารสารวิทยาศาสตร์. 38(1). 38-47.
นพพร สกุลยืนยงสุข. (2558). ปริมาณที่หมาะสมของแป้งแก่นตะวันในการผลิตโยเกิร์ต. วิทยานิพนธ์คหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
นิธิยา รัตนาปนนท์. (2558). แก่นตะวันเป็นพืชอาหารเพื่อสุขภาพ. เข้าถึงเมื่อ 30 พฤศจิกายน.
เข้าถึงได้จาก https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/4041/jerusalem-artichoke
นิดา อาบสุวรรณ์ ศุภกิจ เพ็งพุดซา บุรินทร์ อะปายะทัศน์ และคเชนทร์ วงศ์ใสสา. (2564). การพัฒนาน้ำสลัดโยเกิร์ตเสริมหม่อน. ใน การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 4 22 พฤษภาคม 2564. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม. 671-677.
ปรางวลัย พูลทวี. (2561). โยเกิร์ตนมบูดที่มีประโยชน์. เข้าถึงเมื่อ 30 พฤศจิกายน. เข้าถึงได้จาก
https://themomentum.co/yogurt-kitchenpedia/
สุภณิดา พัฒธร พิมพรรณ เทียนพูล. (2559). ผลของแก่นตะวันต่อแบคทีเรียแลคติกในซอร์เบทโปรไบโอติก.
วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 11(2). 59-71.
อุษามาส จริยวรานุกุล. (2552). ผลของสารให้ความหวานต่อคุณภาพของโยเกิร์ต. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัย
หอการค้าไทย. 29 (4). 102-111.
อำพรรณ ชัยกุลเสรีวัฒน์ ยุพารัตน์ จาบถนอม และอรุณ อินทรักษ์ (2562). ศึกษาปริมาณหัวเชื้อและน้ำตาลที่เหมาะสมต่อการผลิตโยเกิร์ตจากถั่ว 5 ชนิด. วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร. 50 (2). 133-136.
Sitthibush, S. 2012. The effect of prebiotic and sugar levels on the survival of Lactobacillus acidophilus and Lactobacillus casei in symbiotic icecream. Master Thesis of Science in Food Science and Technology, Chiang Mai University. (in Thai)
Waeohongsa, C. (1997). Effects of antibacterial substances in aloe vera to the growth of lactic acid Bacteria in yoghurt. Master Thesis of Science in Agro-Industrial Product Development, Kasetsart University. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 โรงเรียนการเรือนสวนดุสิต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวัฒนธรรมอาหารไทย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ห้ามผู้ใดนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นอกจากนี้ เนื้อหาที่ปรากฎในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์