“ผู้ชาย” ในกฎหมายโบราณอีสาน: มองมุมใหม่ผ่านแนวคิดเชิงวิพากษ์

Main Article Content

Nitirak Kaewchandee
Watcharabon Buddharaksa
Rachan Nillawannapha

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับผู้ชายในกฎหมายโบราณอีสาน โดยมุ่งวิเคราะห์ผ่านแนวคิดเชิงวิพากษ์เรื่องเจตจำนงร่วมประชาชาติ (National popular collective will) ของอันโตนิโอ กรัมชี่เป็นสำคัญ


ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายในสังคมอีสานยุคจารีตเป็นเพศที่ถูกกดทับ/ครอบงำ จากชุดความรู้ที่ผู้ปกครองได้ผลิตขึ้นในรูปแบบของคำสอน จารีตประเพณี รวมถึงบทบัญญัติของกฎหมายไม่แตกต่างไปจากเพศหญิง เพียงแต่ชุดความรู้ที่ใช้สำหรับการครอบงำชายและหญิงเป็นคนละชุดกันเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ผู้ปกครองอีสานได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อควบคุมให้ชายอีสาน รวมถึงหญิง มีวิธีคิดและยอมประพฤติตนตามแบบที่ผู้ปกครองต้องการโดยปราศจากการตั้งคำถาม ด้วยการใช้วรรณกรรมคำสอนและจารีตฮีตคองเป็นเครื่องมือในการปลูกฝังและผลิตซ้ำสำนึกร่วม/วิธีการมองโลก ให้เกิดแก่ชายอีสานว่าสิ่งใดที่ตนควรทำและสิ่งใดที่ควรต้องละเว้น


ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าชายอีสานจะปฏิบัติตนตามแนวทางที่ผู้ปกครองกำหนดอย่างเคร่งครัด ผู้ปกครองยังได้นำเอาสำนึกร่วมที่ปรากฏในรูปคำสอน/จารีตฮีตคองดังกล่าว ไปประกอบสร้างเป็นเนื้อหาของกฎหมายโบราณอีสานในหลายเรื่อง เช่นนี้จึงส่งผลให้การไม่ปฏิบัติตามคำสอน/จารีตฮีตคองไม่ได้เป็นเพียงการละเมิดต่อบรรทัดฐานของสังคมอีกต่อไป หากแต่ยังขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายบ้านเมืองอันจะทำให้ผู้ล่วงละเมิดถูกลงโทษหรือต้องเสียสิทธิบางประการด้วย


ดังนั้นการวิเคราะห์ผ่านแนวคิดเชิงวิพากษ์ดังกล่าวจึงเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แท้จริงแล้วผู้ชายอีสานในสังคมจารีตหาได้กระทำการใดๆ ได้ตามอำเภอใจของตนไม่ หากแต่วิธีคิดและการกระทำทั้งหลายอยู่ภายใต้ชุดความรู้ที่ผู้ปกครองได้สร้างขึ้น ผ่านกระบวนการวางแผนอย่างเป็นระบบโดยมีผลประโยชน์ของผู้ปกครองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามย่อมได้รับโทษทั้งทางจิตใจ (คะลำ) และทางกฎหมายควบคู่กัน

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Kaewchandee, N., Buddharaksa, W., & Nillawannapha, R. (2019). “ผู้ชาย” ในกฎหมายโบราณอีสาน: มองมุมใหม่ผ่านแนวคิดเชิงวิพากษ์. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 14(1), 14_193–225. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jssnu/article/view/208707
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เอกสารภาษาต่างประเทศ
Gramsci, A. (1971). A selection from the prison notebooks. ed. and trans. Hoare,Q and Nowell Smith,G. New York: Lawrence & Wishart, London, and International Publishers.
Crehan K. (2016). Gramsci′s Common Sense: Inequality and Its Narratives. Durham: Duke University Press.
Landy M., (1994). Film, Politics, and Gramsci. London: University of Minnesota Press
Simon, R. (1982). Gramsci's Political Thought: An Introduction. London: Lawrence and Wishart.
เอกสารชั้นต้น
หลักคำเมืองกาฬสินธุ์ วัดเกสรเจริญผล ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ปริวรรตโดยสัญญา วุฒิสารและแก้ไขเพิ่มเติมโดยชวนากร จันนาเวช
หลักคำเมืองสาเกตนคร วัดพรหมประสิทธิ์ บ.หนองอุ่ม ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ปริวรรตโดยสัญญา วุฒิสาร
หลักคำเมืองสุวรรณภูมิ ฉบับสำเนารูปภาพของหอสมุดแห่งชาติ ปริวรรตโดยชวนากร จันนาเวช
หลักคำเมืองภูเขียว วัดบัวบาน ต.กวางโจน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ปริวรรตโดยชวนากร จันนาเวช
คัมภีร์ธรรมศาสตร์ ฉบับวัดดาวดึงส์ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ปริวรรตโดยสัญญา วุฒิสาร
อรรถ นันทจักร์. (2531). “กฎหมายหนองบัวลำภู”. ในเอกสารปริวรรต กฎหมายภาคอีสานจากเอกสารประเภท ใบลาน. อุบลราชธานี : ศูนย์วัฒนธรรมอีสานอำนาจเจริญ
เอกสารภาษาไทย
จรูญรัตน์ รัตนากร. (2535). โลกทัศน์ชาวอีสานจากวรรณกรรมอีสาน. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.
จารุวรรณ ธรรมวัตร. (2531). ภูมิปัญญาแห่งอีสาน: รวมบทความอีสานคดีศึกษา. มหาสารคาม ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม
ชนิดา ชิตบัณฑิตย์. (2550). โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ: การสถาปนาอำนาจนำในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
ชลิต วิพัทนะพร. (2529). การอพยพย้ายถิ่นในดินแดนอีสานระหว่างปี พ.ศ.23212453. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.
ชอบ ดีสวนโคกและอุดม บัวศรี. (2546). “เจ้าโคตร: ผู้เว้าแล้วแล้วโลด” วารสารมนุษย์ศาสตร์สังคมศาสตร์, 20 (2): 34-39.
ธีรชัย บุญมาธรรม. (2528). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2326-2450. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตร มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประนุช ทรัพยสาร.(2550). พัฒนาการของอีสานในพุทธศตวรรษที่ 24-25. มหาสารคาม: สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
นิติลักษณ์ แก้วจันดี. (2559). ความเชื่อเรื่องบุญบาป กฎหมายโบราณและการสร้างรัฐแบบองค์รวมของอีสานยุคจารีต ตามแนวคิดของอันโตนิโอ กรัมชี, เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษย์ศาสตร์ไทยครั้งที่ 10 (หน้า 187-207). นครศรีธรรมราช: กรีนโซนการพิมพ์.
นิติลักษณ์ แก้วจันดีและวัชรพล พุทธรักษา. (2560). กฎหมายโบราณอีสาน: สถานภาพองค์ความรู้และข้อคิดเห็นบางประการ, เอกสารประกอบการประชุมวิชาการการสัมมนาเครือข่ายนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ครั้งที่ 16 ประจำปีการศึกษา 2559, หน้า 79-99. สืบค้นเมื่อ วันที่ 25 ธันวาคม 2560 จาก https://www.socsci.nu.ac.th/socant2017/main/proceeding
บุญชู ภูศรี. (2555). คองเขย: วิถีปฏิบัติของเขยภาคอีสาน. วารสารช่อพะยอม, 23: 3-13.
ปรีชา ช้างขวัญยืน. (2557). สตรีในคัมภีร์ตะวันออก. กรุงเทพฯ: โครงการตำราคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระครูสังฆรักษ์วิวัฒน์. (2553). วิเคราะห์หลักพุทธจริยธรรมที่ปรากฏในคะลำอีสาน. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระบรรจง จิตฺตกโร. (2559). คองสิบสี่ในวรรณกรรมและวิถีชีวิต. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาภาษาและวรรณกรรมไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พระอริยานุวัตร. (2513). พระยาคำกอง (สอนไพร่). มหาสารคาม: ศูนย์อนุรักษ์วรรณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์. (2469). กาพย์ปู่สอนหลานและหลานสอนปู่. กรุงเทพฯ: กิมหลีหงวน
พรเพ็ญ ฮั่นตระกูล. (2546). ผู้หญิงไทยในกฎหมายตราสามดวง: จากผู้หญิงเป็นใหญ่ถึงผู้หญิงเป็นควายผู้ชายเป็นคน วารสารอักษรศาสตร์, 31 (1): 246-302
พิชัย ศรีภูไฟ. สตรีในวรรณกรรมอีสาน. ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาไทยคดีศึกษา. มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม, 2532.
มนัส สุขสาย. (2542 ก). วรรณกรรมอีสานเรื่อง ท้าวคำสอน. อุบลราชธานี: หจก.อุบลยงสวัสดิ์ออฟเซท.
มนัส สุขสาย. (2442 ข). วรรณกรรมอีสานเรื่อง ธรรมดาสอนโลก. อุบลราชธานี: หจก.อุบลยงสวัสดิ์ออฟเซท.
ร. แลงกาต์, ไพโรจน์ กัมพูสิริ (แปล). (2548). สถานะของสตรีในสยาม. ใน สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุลและกรรณกา จรรย์แสง. (บรรณาธิการ), ร.แรงกาต์ กับไทยศึกษา: รวมบทความแปลและบทความศึกษาผลงาน (หน้า 174-188). กรุงเทพฯ: บริษัทพิมพ์ดี จำกัด.
วัชรพล พุทธรักษา. (2557).บทสำรวจความคิดทางการเมืองของ อันโตนิโอ กรัมชี. กรุงเทพฯ: สมมติ.
วิโรจน์ หีบแก้ว. (2529). ประวัติศาสตร์อีสานบริเวณลุ่มน้ำชีตอนกลางระหว่าง พ.ศ.2325-2443. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
สมชัย ศรีนอกและบุญชู ภูศรี. (2554). วิเคราะห์วรรณกรรมอานิสงส์ภาคอีสาน. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุขพาพร ผาณิต. (2548). “แม่ยิง” เหตุหย่า และกระบวนการพิจารณาไกล่เกลี่ยกรณีหย่าร้างของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว: กรณีศึกษาใน 6 แขวง. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุรพงษ์ ชัยนาม (2525). อันโตนิโย กรัมชีกับทฤษฎีว่าด้วยการครองความเป็นใหญ่ ใน Jarome Karabel (เขียน). สมบัติ พิศสะอาด (แปล). ความขัดแย้งของการปฏิวัติ อันโตนิโอ กรัมชีกับปัญหาของปัญญาชน (หน้า 157-190). กรุงเทพฯ: โคมทอง.
สุวิทย์ ธีรศาศวัต. (2557 ก). ประวัติศาสตร์อีสาน พ.ศ.2322-2488 เล่ม 1. ขอนแก่น: หจก.โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.
สุวิทย์ ธีรศาศวัต. (2557 ข). ประวัติศาสตร์อีสาน พ.ศ.2322-2488 เล่ม 2. ขอนแก่น: หจก.โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.
โสภี อุ่นทะยา. (2551). กฎหมายโบราณลาว : สังคมลาวปี ค.ศ.1353-1695. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาไทศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
อดิสร ศักดิ์สูง. (2550). ผู้หญิงในมังรายศาสตร์ วารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 2 (1): 72-98.
เอเจียน แอมอนิเย. (2539). บันทึกการเดินทางในลาวภาคหนึ่ง พ.ศ. 2438. โครงการผลิตเอกสารส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน สถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Translated Thai References
Aymonier, E. (1996). Voyage dans le Laos tome premier 1895. Social Research Institute Chiang Mai university
Boonmatham, T. (1985). Local History of Mueang Kalasin 2326-2450 B.E. Master of Arts Chulalongkorn university.
Buddharaksa, W. (2014). A survey of Gramsci's political thought. Bangkok: sommadhi.
Changkhwanyn, P. (2014). Sattri nai khamphi tawan ok. Krungthep: Khrongkan Tamra Khana Aksonsat Chulalongon Mahawitthayalai.
Chainam, S. (2525). Antonio Gramsci Kap Thruesadi Wa Duai Kan Khrong Khwam Pen Yai. Nai Jarome Karabel (Khian). Sombat Phitsaat (Plae). Khwamkhatyaeng Khong Kan Patiwat Antonio Gramsci Kap Panha Khong Panyachon (na 157-190). Krungthep: Khom Thong.
Chitbundid, C. (2007). The Royally-Initiated Projects: the making of King Bhumibol's royal hegemony. Bangkok: The Foundation for the Promotion of Social Sciences and Humanities Textbooks Projects.
Deesuankok, C. and Buasri, U. (2003). Jaokote: Managing Conflict System. Humanities & Social Sciences 20 (2): 34-39.
Hantrakool, P. (2003). Thai women in Kod Mai Tra Sam Duang: From Matriarchy to Men are Human, Women are Buffalo. Journal of Letters, 31 (1): 246-302.
Heepkaew, W. (1986). Isan History of Mid Chi River Basin 2325-2443 B.E. Master of Education Srinakharinwirot University.
Kaewchandee, N. (2016). Belief in Merit-Sin, Ancient Law and Creation of Integral State of Isaan in Customary Period In accordance to Antonio Gramsci’s Concepts. Proceedings of Thai Humanities Forum 10 (p 187-207). Nakhon Si Thammarat: Greenzoneprinting.
Kaewchandee, K. (2017). Isan Ancient Law: State of Knowledge and Some Reflections. Proceedings of The 17 th Conference of Thailand ̉s Sociology and Anthropology Graduate Student Network. From https://www.socsci.nu.ac.th/socant2017/main/proceeding
Khamphi Thammasat Chabap Wat Daowadueng. Amphoe KaeDam Changwat Maha Sarakham. Pariwat Doi Sanya Wutthisan.
Lak Kham Mueang Kalasin. Wat Kesoncharoenphon Tambon MaKha Amphoe Kantharawichai Changwat Maha Sarakham. Pariwat Doi Sanya Wutthisan Lae Kaekhai Phoemtoem Doi Chawanakorn Channawet.
Lak Kham Mueang PhuKhiao. Wat Buaban Tambon Kwang Chon Amphoe PhuKhiao Changwat Chaiyaphum. Pariwat Doi Chawanakorn Channawet.
Lak Kham Mueang Saketnakhon. Wat Phromprasit Ban Nong Um Tambon Nasinuan Amphoe Kantharawichai Changwat Maha Sarakham. Pariwat Doi Sanya Wutthisan.
Lak Kham Mueang Suwannaphum. Chabap Samnao Rupphap Khong Hosamut Haeng Chat. Pariwat Doi Chawanakorn Channawet.
Lingat, L., Phairot Kamphusiri (Plae). (2548). Sathana khong Sattri nai Siam. Nai Surasak Likthasitwat kun Lae Kannaka Chansaeng. (Bannathikan), R. Lingat Kap Thai Sueksa: Ruam Botkhwam Plae Lae Botkhwam Sueksa Phonngan Robert R. Lingat (p 174-188). Krungthep: Borisat PhimDi Chamkat.
Nanthachak, A. (2531). “Kotmai Nongbualamphu”. Nai Ekkasan Pariwat Kotmai Phak Isan Chak Ekkasan Praphet Bailan. Ubon Ratchathani: Sun Watthanatham Isan Amnat Charoen.
Phanit, S. Women, Grounds for Divorce and Divorce Mediation Systems in the Lao PDR: Case Studies in Six Provinces. Master of Arts (Women’s Studies) Chiang Mai university
Phra Ariyanuwat. (2513). Phraya KhamKong (Son Phrai). Maha Sarakham: Sun Anurakwannakhadi Phaktawan ok Chiangnuea.
Phrakru Sankaraksa Viwa. (2010). An Analytical Study of ISAN Kalam In Buddhist Ethics Perspectives. Master of Arts (Buddhist Studies) Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Phra Bunjong Chittakaro. (2516). Kong sib sii inside fictions and lifestyle. Master of Art (Language and Literacy) Rajabhat Mahasarakham university.
Phra U Bali Khu Nu Phamachan. (2469). Kap Pu Son Lan Lae Lan Son Pu. Krungthep: Kim Li Nguan.
Poosri, B. (2555). Khong Khoei: Withi Patibat Khong Khoei Phak Isan. Warasan Cho Phayom, 23: 3-13.
Ratanakorn, C. (2535). Lokkathat Chao Isan Chak Wannakam Isan. Witthayaniphon Sinlapasat Mahabandit Mahawitthayalai Si Nakha Rin Thon Wirot Maha Sarakham.
Saksoong, A. (2007). “Women in Mangrayasastra”. journal of humanities and social sciences Thaksin university, 2 (1): 72-98.
Sriphufire, P. (1989). Women in Isan Literature. Master of Art (thai studies) Srinakharinwirot University (Maha Sarakham).
Srinok, S and Poosri, B. (2011). The Analysis of Profit of Literature in the Northeastern Region of Thailand. Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Suksai, M. (2542 a). Wannakam Isan Rueang Thao Kham Sorn. Ubon Ratchathani: Hanghunsuanchamkat Ubon Yong Sawat Op Set.
Suksai, M. (2542 b). Wannakam Isan Rueang Thammada Son Lok. Ubon Ratchathani: Hanghunsuanchamkat Ubon Yong Sawat Op Set.
Suppayasarn, P. (2007). Development of Isan Society during 24th-25th Buddhist Centuries. Maha Sarakham: Rajabhat Maha Sarakham University.
Thammawatra, T. (1988). Phumpanya Haeng Isan Ruam Botkhwam Isan Khadi Sueksa. Maha Sarakham: Mahawitthayalai Si Nakha Rin Thon Wirot Maha Sarakham.
Theerasasawat, S. (2014 a). Isan History 2322-2488 I. Khon Kaen: Klungnana Vitthaya Press.
Theerasasawat, S. (2014 b). Isan History 2322-2488 II. Khon Kaen: Klungnana Vitthaya Press.
Untaya, S. (2008). Lao Customary Law: Lao Society 1353-1695. Ph.D. Tai Studies. Maha Sarakham University.