หน้าแรก
การส่งบทความ
ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
บทความที่ส่งเข้ามาเพื่อรับการพิจารณาตีพิมพ์ ต้องเป็นต้นฉบับที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
ขั้นตอนการส่งบทความให้ผู้แต่งส่งต้นฉบับบทความ ทั้งนี้ รูปแบบของบทความต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การเตรียมต้นฉบับที่วารสารกำหนด รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำ
บทความต้นฉบับที่ส่งเข้ามาในระบบต้องอยู่ในรูปแบบไฟล์ของ Microsoft Word เท่านั้น ผู้เขียนต้องจัดรูปแบบ และใช้ตัวอักษรฟอนต์ TH Niramit AS ขนาด 15 pt. (ดูตัวอย่าง template ได้ที่เอกสารดาวน์โหลด)
บทความวิชาการ/บทความวิจัย ความยาวไม่เกิน 25 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง) บทปริทัศน์/บทวิจารณ์หนังสือ ความยาวไม่เกิน 15 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง) โดยได้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับบทความเรียบร้อยแล้ว
ต้องระบุรายละเอียดของผู้แต่งทุกคน ได้แก่ ที่อยู่อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้สะดวก
เอกสารอ้างอิงในบทความที่มีการอ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต URL ของเว็บไซต์นั้นต้องออนไลน์และใช้ได้จริง
คำแนะนำสำหรับผู้ส่งบทความลงตีพิมพ์ในวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
คำแนะนำทั่วไป
บทความที่เขียนต้องเป็นไปตามรูปแบบวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถดาวน์โหลดได้ที่Template (บทความวิจัย) / Template (บทความวิชาการ)
บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่น การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง
หากกองบรรณาธิการตรวจพบข้อผิดพลาด หรือ ความไม่สมบูรณ์ในรูปแบบของบทความ บทความนั้นจะถูกส่งกลับไปยังผู้เขียน เพื่อทำการแก้ไขบทความ ในกรณีที่จัดเตรียมถูกต้องตามระเบียบการตีพิมพ์และมีความสมบูรณ์ของรูปแบบจะถูกส่งไปยังผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาคุณค่าและความสมบูรณ์ของเนื้อหาบทความดังกล่าวต่อไป
บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการกลั่นกรองและประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิตามขั้นตอนที่กองบรรณาธิการวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กำหนดไว้
วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กำหนดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินคุณภาพบทความ (Peer review) บทความละ 3 ท่าน โดยมีการใช้ระบบที่ผู้ประเมินและผู้เขียนบทความต่างไม่ทราบชื่อของแต่ละฝ่าย (Double-blind peer review) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการประเมิน ผู้เขียนและผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินคุณภาพบทความ ต้องไม่อยู่ในสังกัดหรือหน่วยงานเดียวกัน
ต้นฉบับที่ส่งตีพิมพ์ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น
บทความที่ผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ประเมินบทความแล้วหากไม่สามารถตีพิมพ์ได้ทัน ในฉบับปัจจุบัน กองบรรณาธิการจะนำบทความตีพิมพ์ในฉบับต่อไป โดยพิจารณาตามลำดับของการส่งบทความ
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เกณฑ์การพิจารณาบทความ
วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ใช้ระบบประเมินที่ผู้ประเมินและผู้เขียนบทความต่างไม่ทราบชื่อของแต่ละฝ่าย (double-blind review) โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่านต่อบทความ การตัดสินใจในการเผยแพร่ต้นฉบับที่ส่งมาขึ้นอยู่กับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิและการทบทวนโดยบรรณาธิการ
ขั้นตอนการพิจารณาบทความ
กองบรรณาธิการภายในจะคัดกรองบทความขั้นต้นทุกบทความก่อนลงความเห็นเพื่อส่งผู้ทรงคุณวุฒิอ่านและประเมินคุณภาพบทความ
หลังจากที่กองบรรณาธิการภายในคัดกรองคุณภาพบทความขั้นต้นแล้ว สามารถมีความเห็นรับบทความเพื่อส่งต่อผู้ทรงคุณวุฒิ หรือปฏิเสธการส่งต่อผู้ทรงคุณวุฒิในขั้นตอนนี้ได้
หากกองบรรณาธิการตรวจพบข้อผิดพลาดหรือความไม่สมบูรณ์ในรูปแบบของบทความ บทความนั้นจะถูกส่งกลับไปยังผู้เขียนเพื่อทำการแก้ไขบทความ ในกรณีที่จัดเตรียมความถูกต้องตามระเบียบการตีพิมพ์และมีความสมบูรณ์ของรูปแบบ บทความจะถูกส่งไปยังผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่ตรงตามสาขาและหลากหลายสถาบัน จำนวน 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบคุณภาพของบทความว่าเหมาะสมที่จะลงตีพิมพ์หรือไม่ โดยกระบวนการพิจารณากลั่นกรองนี้ เป็นการประเมินบทความแบบสองทาง (double-blind peer review) กล่าวคือ มีการใช้ระบบที่ผู้ประเมินและผู้เขียนบทความต่างไม่ทราบชื่อของแต่ละฝ่าย และเพื่อป้องกันการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการประเมิน ผู้เขียนและผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินคุณภาพบทความ ต้องไม่อยู่ในสังกัดหรือหน่วยงานเดียวกัน นอกจากนี้ กองบรรณาธิการจะไม่เปิดเผยทั้งชื่อผู้เขียนบทความและชื่อผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้อื่นทราบด้วยเช่นกัน
เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณากลั่นกรองบทความแล้ว กองบรรณาธิการจะตัดสินใจ โดยอิงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิว่าบทความนั้น ๆ ควรนำลงตีพิมพ์ ทั้งนี้ วารสารจะใช้เกณฑ์ในการประเมิน โดยต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน 2 ใน 3 เสียง
ผู้เขียนบทความต้องยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กองบรรณาธิการวารสารกำหนดและต้องยินยอมให้บรรณาธิการแก้ไขความสมบูรณ์ของบทความได้ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเผยแพร่
การอนุมัติให้ลงตีพิมพ์ขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาจากกองบรรณาธิการวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งถือเป็นที่สิ้นสุด
ประเภทของบทความ
บทความที่จะได้รับพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารเป็นบทความที่มีลักษณะเกี่ยวกับสังคมศาสตร์ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
บทความวิชาการ โดยทั่วไปเป็นบทความทางวิชาการที่นำเสนอเนื้อหาสาระทางวิชาการที่ผ่านการวิเคราะห์และประมวลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ประกอบด้วย ความนำ เนื้อเรื่อง ซึ่งแบ่งเป็นประเด็นหลัก ประเด็นรอง ประเด็นย่อย และบทสรุป ความยาวไม่เกิน 25 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง)
บทความวิจัย เป็นบทความที่เกิดจากการวิจัยของผู้เขียนหรือสมาชิกร่วมในงานวิจัยนั้น ประกอบด้วย ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ สมมุติฐานของงานวิจัย ขอบเขตที่ครอบคลุมในการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีดำเนินการวิจัย (ประกอบด้วยข้อมูลประชากร กลุ่มตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งนี้ ในกรณีงานวิจัยทางประวัติศาสตร์ ปรัชญา วรรณกรรมวิจารณ์หรือวรรณคดีเปรียบเทียบ ตลอดจนสาขาวิชาในด้านมนุษยศาสตร์อื่น ๆ จะต้องระบุวิธีการวิจัยอันสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องของตนอย่างชัดเจน) ผลการวิจัย (สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ) ความยาวไม่เกิน 25 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง)
บทปริทัศน์ หมายถึง บทความวิชาการที่เขียนขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรมวิชาการที่เกี่ยวข้องมีการวิพากษ์และแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการ ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง บทคัดย่อหรือเรื่องย่อ คำนำ เนื้อเรื่อง และเอกสารอ้างอิง ความยาวไม่เกิน 15 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง)
บทวิจารณ์หนังสือ ( book review ) หมายถึง งานเขียนขนาดสั้นที่ทำการสรุปข้อโต้แย้งหลัก ๆ (debates) ของหนังสือ 1 เล่ม (หรือหลายเล่มประกอบกัน) รวมถึงอาจจะมีการเสนอแนะว่าหนังสือเล่มนั้น ๆ มีจุดเด่น/จุดด้อยอย่างไร ทั้งในเชิงทฤษฎี/ข้อมูล/ข้อค้นพบ และกลุ่มผู้อ่านที่น่าจะได้ประโยชน์จากหนังสือนั้น ความยาวไม่เกิน 15 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง)
รายละเอียดต้นฉบับ
การตั้งค่าหน้ากระดาษ ขนาด B5 (17.6 x 25 เซนติเมตร)
กำหนดขอบกระดาษ ขอบซ้าย ขอบขวา ขอบล่าง 2 เซนติเมตร/ขอบบน 2.5 เซนติเมตร
ใช้ตัวอักษรฟอนต์ TH Niramit AS ขนาด 15 และใช้ตัวเลขอารบิก (ดูตัวอย่าง Template ได้ที่เอกสารดาวน์โหลด) บทความพิมพ์แบบใช้ระยะห่างบรรทัดปกติ (single-spaced) จัดเนื้อหาให้อยู่ในลักษณะกระจายแบบไทย (Thai Distributed) ยกเว้นหัวข้อเอกสารอ้างอิงให้จัดลักษณะชิดซ้าย (Align Left)
รายการ
ลักษณะตัวอักษร
รูปแบบการพิมพ์
ขนาดตัวอักษร
ชื่อบทความ
หนา
ชิดซ้าย
18
ชื่อผู้แต่ง
หนา
ชิดขวา
15
บทคัดย่อ
หนา
ชิดซ้าย
15
เนื้อหาบทคัดย่อ
ปกติ
-
15
หัวข้อแบ่งตอน
หนา
ชิดซ้าย
15
หัวข้อย่อย
หนา
ใช้หมายเลขกำกับ
15
บทความ
ปกติ
-
15
การเน้นความในบทความ
หนา
-
15
ข้อความอ้างอิง
เอน
-
15
รายการอ้างอิง
หนา
ชิดซ้าย
15
การเยื้องย่อหน้าให้เยื้อง 1 เซนติเมตร ยกเว้นหัวข้อเอกสารอ้างอิง ให้ย่อหน้าเยื้องแบบ (Hanging 1.5 cm.)
ต้องระบุชื่อบทความ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ระบุชื่อผู้เขียนทุกคน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องมีความนำหน้าชื่อ และตำแหน่งทางวิชาการ
ชื่อสังกัดหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัยภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และชื่อจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
บทคัดย่อ (Abstract) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 250 คํา
คำสำคัญ (Keywords) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กรณีมีหลายคําให้วรรค 1 เคาะระหว่างคํา ส่วนภาษาอังกฤษ กรณีมีหลายคําให้ใส่เครื่องหมาย ( , ) ระหว่างคํา โดยเรียงคำสำคัญตามระดับความเกี่ยวพันกับบทความ
บทความวิชาการ/บทความวิจัย ความยาวไม่เกิน 25 หน้า บทปริทัศน์/บทวิจารณ์หนังสือ ความยาวไม่เกิน 15 หน้า (นับรวมรูปภาพ ตาราง และเอกสารอ้างอิง)
ระบบการอ้างอิงและบรรณานุกรม วารสารกำหนดให้ใช้ของ APA6 (American Psychology Association) โดยแบ่งรูปแบบการอ้างอิงออกเป็น 2 ประเภท คือ การอ้างอิงในเนื้อหา (In-text citation) และการอ้างอิงท้ายบทความ (References)
การเขียนรายการอ้างอิงภาษาไทย ให้ผู้เขียนแปลเอกสารอ้างอิงภาษาไทยดังกล่าวเป็นคำแปลภาษาอังกฤษด้วย โดยแยกออกมาต่อท้ายกับรายการอ้างอิงเอกสารภาษาไทย ภายใต้หัวข้อ Translated Thai References และให้เรียงตามตัวอักษรตามหลักบรรณานุกรมปกติ และเติมคำว่า “[in Thai]”
บทความภาษาไทย เมื่อได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์แล้ว ผู้เขียนจะต้องดำเนินการแปลเอกสารอ้างอิงในเนื้อหา (In-text citation) เป็นภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตรงกัน เพื่อให้เป็นไปตามแบบมาตรฐานสากล และเมื่อแปลการอ้างอิงแทรกในเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เขียนตัดรายการเอกสารอ้างอิงภาษาไทยออก
รูปภาพ ตาราง และแผนภูมิ ต้องใส่หมายเลขกำกับโดยอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้อง และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น การนำรูปภาพ ตาราง แผนภูมิมาใช้โดยการอ้างอิงหรือมีลิขสิทธิ์ ต้องมีเอกสารอนุญาตการใช้ชิ้นงานดังกล่าวเพื่อการตีพิมพ์เผยแพร่ประกอบด้วย
เพื่อคุณภาพของภาพในการพิมพ์ ไฟล์ภาพควรมีค่าความละเอียด 300 DPI หรือ ความละเอียดขั้นต่ำ 1024x768 (786,432 px)
รูปแบบการอ้างอิง
ดูที่หน้า Referencing Style Guide