หลักความเป็นเอกเทศของสัญญาอนุญาโตตุลาการในสัญญาทางปกครอง: บทเรียนจากคดีโครงการโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

Main Article Content

เอกสิทธิ์ จันต๊ะมา

บทคัดย่อ

ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการที่คู่สัญญากำหนดไว้ในสัญญา (ทั้งสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง) เป็นข้อสัญญาที่ต้องพิจารณาแยกออกจากสัญญาหลัก ซึ่งทำให้ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการอาจเป็นข้อสัญญาที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง และมีผลบังคับใช้ได้แม้สัญญาหลักระหว่างคู่สัญญาจะตกเป็นโมฆะหรือไม่มีผลบังคับได้สมบูรณ์ การกำหนดข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการไว้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเกิดขึ้นจากเจตนาของคู่สัญญาที่จะกำหนดกระบวนการซึ่งเป็นวิธีพิจารณาคดีพิพาทที่ต้องนำมาใช้ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างกัน ทั้งนี้ หากถือว่าเมื่อสัญญาหลักถูกกล่าวอ้างว่าตกเป็นโมฆะและข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการย่อมตกเป็นโมฆะไปด้วยแล้ว ย่อมทำให้ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการไม่อาจนำมาใช้ให้เกิดผลได้เลย ซึ่งย่อมไม่มีประโยชน์อันใดที่จะกำหนดข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการเอาไว้ในสัญญา คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน (“คดีคลองด่าน”) เป็นคดีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการดำรงอยู่ได้ของสัญญาอนุญาโตตุลาการ แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าสัญญาหลักตกเป็นโมฆะ อีกทัง้ ยงั เปน็ การยนื ยนั หลกั กฎหมายดังกล่าวที่ต้องนำมาใชกั้บกรณีข้อพิพาทของสัญญาทางปกครองด้วย นอกจากนี้ คดีที่นำมาศึกษานี้ ยังแสดงให้เห็นถึงการตีความกฎหมายที่ผิดพลาดของคู่สัญญาฝ่ายรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขาดความเข้าใจในหลักความสมบูรณ์เป็น เอกเทศของสญั ญาอนุญาโตตลุ าการ ซึ่งมีผลทำให้คู่กรณีฝ่ายรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง บทความนี้ จึงมุ่งหมายที่จะชี้ให้เห็นความสำคัญและผลของการกำหนดข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการไว้ในสัญญา ว่าจะมีผลต่อหน้าที่และความรับผิดของคู่สัญญาเช่นไร ด้วยการศึกษาแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดในคดีโครงการโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน เพื่อที่จะเรียนรู้บทเรียนจากกรณีดังกล่าว อันจะส่งผลให้การจัดทำสัญญาทางปกครอง และการบริหารสัญญาทางปกครองที่มีการกำหนดข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันต๊ะมา เอกสิทธิ์. “หลักความเป็นเอกเทศของสัญญาอนุญาโตตุลาการในสัญญาทางปกครอง: บทเรียนจากคดีโครงการโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน”. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 9, no. 2 (ธันวาคม 20, 2016): 45–65. สืบค้น มกราคม 4, 2026. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/article/view/98685.
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

Wonsaree, M. “Arbitration and reconciliation in administrative cases in Thailand.” Administrative Court’s Journal. 2, no.3 (2002). [In Thai]

Pongsuwan, P. “Arbitration in administrative contracts : Principle of law and prac-tices.” TU Law Journal. 36, no.1 (2007). [In Thai]

Atsavaroth, S. Commercial dispute resolutions by arbitration. Bangkok: Tham-masat, 2011. [In Thai]

Atsavaroth, S. “Arbitration and administrative contract: A necessity for Thailand?.” TU Law Journal. 39, no 2 (2010). [In Thai]

Chantraophakorn, A. “The role of arbitrators in contract disputes arising from or relating to a bribery or a misconduct of official.” Arbitration Journal, 4, 2009. [In Thai]

Ancel, J.-P. “L’actualité de l’autonomie de la clause compromissoire.” Travaux du comité français de droit international privé. 1991-1992, Pédone, France: L'Harmattan, 1994.

Born, G. A. International Commercial Arbitration. The Hague: Kluwer International Law, 2001.

Derains, Y. and Schwartz, E. A. A guide to the new ICC rules of arbitration. The Hague: Kluwer International Law, 1988.

Gaillard, E. and Savage, J. (eds.). Fouchard, Guillard, Goldman on international commercial arbitration. The Hague: Kluwer International Law, 1999.

Lew, D. M. “The law applicable to the form and substance of the arbitration clause.” In ICCA Congress Series no. 9 (1998): 114.

Park, W. W. “Determining arbitral jurisdiction: Allocation of tasks between courts and arbitrators.” American Review of International Arbitration. 8, (1997): 133.

Racine, J-B. “Réflexions sur l’autonomie de l’arbitrage commercial international.” Rev. arb., 1994.

Samuel, A. “Seperability of arbitration clauses – some awkward questions about the law of contracts, conflict of laws and the administration of justice.” Arbitration and Dispute Resolution Law Journal, 36, 2000.