หลักการกำหนดให้ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายเพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากภาคอุตสาหกรรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
อากาศมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แต่เมื่อมีการพัฒนา ประเทศจากระบบเกษตรกรรมเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม กระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม มีการระบายถ่ายเทอากาศเสียออกสู่บรรยากาศโดยไม่ผ่านการบำบัดกำจัดอากาศเสียก่อน ปล่อยออกสู่สภาวะแวดล้อมอันทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ด้วยเหตุนี้ จึงมีการให้ความสำคัญกับ หลักการกำหนดให้ผ้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle : PPP) สาระสำคัญของหลักการคือการกำหนดให้เจ้าของ ผู้ครอบครองและผู้ประกอบการประเภทโรงงานอุตสาหกรรม ตามที่กฎหมายกำหนดต้องติดตั้งเครื่องมือในการบำบัดอากาศเสียเพื่อควบคุม กำจัด ลด หรือขจัด มลพิษทางอากาศก่อนที่จะปล่อยออกจากโรงงานอุตสาหกรรมสู่สภาวะแวดล้อม โดยมีเป้าหมาย เพื่อรักษาคุณภาพอากาศในบรรยากาศให้ได้มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศตามที่ กฎหมายกำหนด ซึ่งประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยได้ให้ความสำคัญโดยนำหลักการดังกล่าว มาบัญญัติในกฎหมายภายใน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พนัส ทัศนียานนท์. เอกสารการสอนชุดวิชากฎหมายสิ่งแวดล้อม หน่วยที่ 1-7. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2553.
วรเจตน์ ภาคีรัตน์. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายปกครอง : หลักการพื้นฐานของกฎหมายปกครองและการกระทำทางปกครอง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิญญูชน, 2546.
วิฑูรย์ สิมะโชคดี. คำอธิบายพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 : ฉบับยกเครื่องกฎหมายอุตสาหกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น), 2543.
สุดาศิริ วศวงศ์. กฎหมายอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ: นิติบรรณการ, 2543.
อำนาจ วงศ์บัณฑิต. กฎหมายสิ่งแวดล้อม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิญญูชน, 2545.
อุดมศักดิ์ สินธิพงษ์. กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : วิญญูชน, 2554.
จุไร ทัพวงศ์. “แนวทางการควบคุมมลพิษ : ผู้ก่อให้เกิดภาวะมลพิษเป็นผู้จ่าย.” สิ่งแวดล้อม 35.
ประพจน์ คล้ายสุบรรณ. “แนวคิด ทฤษฎี และหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องในคดีสิ่งแวดล้อม.” วารสารวิชาการศาลปกครอง. ปีที่ 7, ฉ.2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2550).
ศุภวุฒิ โมกข์เมธากุล. “มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ ศึกษากรณีลุ่มน้ำลำตะคองตอนล่าง (กม.ที่ 0 – 24) จังหวัดนครราชสีมา.” วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ฉบับที่ 1 ธ.ค. 54 – พ.ค. 55 ปีที่ 5.”
สุภาพร พิทักษ์เผ่าสกุล. “ปัญหาทางกฎหมายที่ทำให้เอกชนไม่สามารถเข้าประกอบกิจการ บำบัดน้ำเสียรวมในจังหวัดมหาสารคาม.” วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ฉบับที่ 1 ธ.ค. 54 – พ.ค. 55 ปีที่ 5.”
ประภาพรรณ ภูษิตมงคลโชติ. “มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรม : ศึกษาเปรียบเทียบสหรัฐอเมริกาและไทย.” (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์), 2548.
Arnold W. Reitze JR. Air Pollution Control Law : Compliance and Enforcement. Washington,DC : Environmental Law Institute, 2001.
Aspen Law and Business. CLEAN Air Act Step-by-Step Compliance. New York: Aspen Publishers, 2002.
Clean Air Act, (CAA _____), 42 U.S.C.A. 7401 to 7642 in Selected Environmental Law Statutes 1990-1991.
Environmental Agency. Environmental law and regulations in Japan. Japan: Environmental Agency, 1976.
G. William Frick. “Air pollution control.” In Environmental law handbook. 7th ed. Industrial Pollution Control Association of Japan. Environmental Protection in the Industrial Sector in Japan (A Survey of Achievement). Tokyo : Industrial Pollution Control Association of Japan, 1983.
Julian Gresser, Koichiro Fujikura and Akio Morishima. Environmental law in Japan. Massachusetts : MIT Press, 1981.
Environmental Protection Agency. "P2Policy." Accessed April 15, 2012. http.//www.epa.gov/p2/p2policy/act1990.html.
Environmental Protection Agency. "Pollution Prevention." Accessed April 15, 2012. https://www.epa.gov/estpages/pollutionprevention.html.