การศึกษากฎหมายเชิงคลินิก : ทางเลือกในการปฏิรูปการศึกษากฎหมายไทย

Main Article Content

พรรณรายรัตน์ ศรีไชยรัตน์

บทคัดย่อ

การศึกษากฎหมายเชิงคลินิกเป็นวิธีการสอนและการศึกษากฎหมาย ที่มี จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างทักษะของผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายและปลูกฝังคติหรือค่านิยมของวิชาชีพในการสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้กับนักศึกษา ระเบียบวิธีการสอนที่ใช้คือผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยการลงมือทำต้องใช้ทฤษฎีและหลักกฎหมายในสถานการณ์จริง ต้องดำเนินบทบาทของนักกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลและตรวจสอบ จากอาจารย์ต้องทบทวนประสบการณ์และสะท้อนความเห็นของตนการศึกษากฎหมาย เชิงคลินิกใช้วิธีการสอนที่ผู้เรียนต้องมีส่วนร่วมอย่างหลากหลาย และมีวิธีการประเมินผลหลายวิธี


งานวิจัยนี้พบว่าการศึกษากฎหมายเชิงคลินิกเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับ การฝึกทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับนักกฎหมาย เช่น การสอบถามข้อเท็จจริงจากลูกความ การให้คำปรึกษาลูกความ การทำคดี การค้นคว้ากฎหมาย การเจรจาต่อรองการไกล่เกลี่ย การร่างเอกสาร การติดต่อสื่อสารด้วยการพูดและการเขียน การวิเคราะห์ และการใช้เหตุผลทางกฎหมาย การคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา การติดต่อสื่อสารกับบุคคลทั่วไป และการจับประเด็นและแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อขัดแย้งทางจริยธรรม


ผลการวิจัยจากการสัมภาษณ์เชิงลึกในประเทศจีนพบว่า การศึกษากฎหมาย เชิงคลินิกให้ผลทั้งในด้านการพัฒนาทักษะของการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย ความรู้ ความเข้าใจในทฤษฎีและบทบัญญัติของกฎหมาย ผลของการใช้กฎหมายในชีวิตจริง ความเข้าใจในศักยภาพตลอดจนข้อจำกัดของระบบกฎหมายในโลกที่แท้จริง และที่สำคัญงานวิจัยนี้พบว่าการศึกษากฎหมายเชิงคลินิกให้ผลในด้านการปลูกฝังคติและจริยธรรมของนักกฎหมาย ความเข้าใจในสภาพการทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย ตลอดจนสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนและการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย


ประการสุดท้าย งานวิจัยนี้พบว่าการศึกษากฎหมายเชิงคลินิกสอดคล้องกับ แนวทางในการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และมีศักยภาพในการพัฒนาการศึกษากฎหมายในประเทศไทยให้บรรลุผล ตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาในการพัฒนาผู้เรียนทั้งในด้านคุณธรรม จริยธรรม ความร้และทักษะที่จำเป็นต่อการปภิบ้ติในวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพงานวิจัยนี้จึงเสนอแนะให้บรรจุการศึกษากฎหมายเชิงคลินิกในหลักสูตรการศึกษากฎหมายโดยกำหนดให้ เป็นวิชาบังคับรวบยอด และเสนอแนะให้ใช้ระเบียบวิธีการสอนของการศึกษากฎหมาย เชิงคลินิกในการสอนวิชากฎหมายทุกกระบวนวิชา


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีไชยรัตน์ พรรณรายรัตน์. “การศึกษากฎหมายเชิงคลินิก : ทางเลือกในการปฏิรูปการศึกษากฎหมายไทย”. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 5, no. 2 (มีนาคม 30, 2012): 80–108. สืบค้น มกราคม 11, 2026. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/article/view/98774.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

พรรณรายรัตน์ ศรีไชยรัตน์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เอกสารอ้างอิง

พิชัยศักดิ์ หรยางกูร. “แนวทางใหม่ของการศึกษากฎหมาย.” วารสารสังคมศาสตร์. 8, (2514): 128-138.

สถาบันกฎหมายอาญา. การพัฒนาบุคลากรและเสริมสร้างองค์ความรู้: กุญแจการพัฒนากระบวนการยุติธรรมสู่ศตวรรษหน้า. รายงานการสัมมนาทางวิชาการ วันที่ 8 เมษายน 2542 ณ ห้องบรรยาย 2 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (unpublished document). กรุงเทพฯ: สถาบัน, 2542.

American Bar Association. "Report of the Task Force on Law Schools and the Profession." Accessed March 26, 2009. https://www.abanet.org/legaled/publications/onlinepubs/maccrate.html.

Barry, Margaret Martin, Jon C. Dubin, and Peter A. Joy. “Clinical Education for This Millennium: The Third Wave.” Clinical Law Review. 7, (2000): 1-75.

Bloch, Frank S., ed. The Global Clinical Movement Educating Lawyer for Social Justice. New York: Oxford University Press, 2011.

Andreas Bücker and William A. Woodruff. “The Bologna Process and German Legal Education: Developing Professional Competence through Clinical Experiences,” German Law Journal. 9, (2008): 575-617.

Hovhannisian, Lusine. "Clinical Legal Education: A Practice-Oriented Methodology Developing in New Member States of the European Union." Accessed April 11, 2008. https://www.pili.org/en/dmdocuments/ELFAfinI.doc.

Hugg, Patrick R. “Comparative Models for Legal Education in the United States: Improved Admissions Standards and Professional Training Centers.” Valparaiso University Law Review. 30, (1995): 51-98.

Korioth, Stefan. “Legal Education in Germany Today.” Wisconsin International Law Journal. 24, (2006): 85-107.

Lewis, Richard. "Clinical Legal Education Revisited." Accessed October 17, 2009. https://www.law.cf.ac.uk/research/pubs/repository/212.pdf.

Maccrate, Robert. “Educating a Changing Profession: From Clinic to Continuum.” Tennessee Law Review. 64, (1997): 1099-1133.

Mcquoid-Mason, David. “The Mission of Clinical Legal Education (CLE) and Its Main Components-Academic and Legal Service-and the difference between CLE and Legal Aid and NGO Initiatives.” Paper presented at Southeast Asia Clinical Legal Education Conference, Phnom Penh, Cambodia, November 26-30, 2005.

Menon, N.R. Madhava, ed. Clinical Legal Education. Lucknow: Eastern Book, 1998.

Notes. “Adopting and Adapting.” Harvard Law Review. 120, (2007): 2134-2155.

Sonsteng, John. “A Legal Education Renaissance: A Practical Approach for the Twenty-First Century.” William Mitchell Law Review 34, (2007): 319.

Wilson, Richard J. “Training for Justice: The Global Reach of Clinical Legal Education.” Penn State International Law Review. 22, (2004): 421-431.

Wizner, Stephen. “What Does It Mean to Practice Law “In the Interests of Justice” in the Twenty-first Century?: The Law School Clinic: Legal Education in the Interests of Justice.” Fordham Law Review. 70, (2002): 1929-1937.

Yanmin Cai. “Global Clinical Legal Education and International Partnerships: A Chinese Legal Educator’s Perspective.” Maryland Journal of International Law 26, (2011): 159-172.

Zhen Zhen. "The Present Situation and Prosperous Future of China Clinical Legal Education." Accessed April 7, 2008. https://www.law.ucla.edu/docs/zhen__zhen_-.