ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แก้ไขใหม่ในส่วนของการกำกับดูแลภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
คำสำคัญ:
การกำกับดูแล, การบังคับบัญชา, การปกครองท้องถิ่นบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ ได้ศึกษาเกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 จำนวน 5 ฉบับ[1] เพื่อศึกษาทิศทางการใช้อำนาจกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย
จากการศึกษาพบว่า กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 ได้เพิ่มอำนาจให้ราชการส่วนภูมิภาคมีอำนาจกำกับดูแลเหนือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ทั้งเรื่องการสั่งให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหยุดปฏิบัติหน้าที่ การประกาศคำวินิจฉัยเมื่อผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง และลดปัญหาเงื่อนเวลาในการใช้อำนาจ ซึ่งจะทำให้ควบคุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมได้มากขึ้น แต่การเพิ่มอำนาจดังกล่าวอาจส่งผลให้ผู้บริหารท้องถิ่น มีความเกรงกลัวอำนาจของผู้กำกับดูแลตามกฎหมาย และอาจนำไปสู่การใช้อำนาจโดย มิชอบของผู้กำกับดูแลได้ในที่สุด
ผู้เขียนเห็นว่า ทิศทางการกระจายอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม มีลักษณะเพิ่มอำนาจให้แก่ราชการส่วนภูมิภาคตามหลักการรวมอำนาจปกครอง มิได้เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจเท่าที่ควร รัฐควรวางมาตรการในการควบคุมการใช้อำนาจการกำกับดูแลให้เป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งพร้อมที่จะเข้าสู่ การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง อันจะส่งผลให้สามารถธำรงไว้ซึ่งหลักพื้นฐานของรัฐประชาธิปไตยได้ในที่สุด
[1] พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562
เอกสารอ้างอิง
เกรียงไกร เจริญธนาวัฒน. หลักพื้นฐานกฎหมายมหาชน.พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: บริษัท สำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด, 2558.
โกวิทย์ พวงงาม.การปกครองท้องถิ่นไทย.พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: บริษัท สำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด,2559.
ธรรมนิตย์ สุมันตกุล. “ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการเป็นผู้มีส่วนได้เสีย”.สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.http://web.krisdika.go.th/activityDetail.jsp?actType=I&actCode=67&head=4&item=n5 (สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562)
ภัทรวดี ชินชนะ. “สมบูรณาญาสิทธิราชย์”.สถาบันพระปกเกล้า.http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0% (สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562)
มาโนช นามเดช.รายงานการวิจัย เรื่อง การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.สถาบันพระปกเกล้า กรุงเทพ: บริษัท ซัน แพคเกจจิ้ง (2014) จำกัด,2559.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,สาขาวิชานิติศาสตร์,กฎหมายปกครองชั้นสูง. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพ: สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,2557.
วรพจน์ วิศรุตพิชญ์. สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : วิญญูชน, 2543.
วรเจตน์ ภาคีรัตน์. กฎหมายปกครองภาคทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์นิติราษฎร์,2554.
สมคิด เลิศไพฑูรย์.กฎหมายการปกครองท้องถิ่น.พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา,2547.
อักขราทร จุฬารัตน. บทบาทใหม่ศาลปกครองไทยในการสัมมนาใหญ่ประจําปีครั้งที่ 1 พ.ศ. 2551.วารสารวิชาการศาลปกครอง 8 ฉ.1, 2552.
MASPETIOL Roland et LAROQUE Pierre, La tutelle administrative.Paris, Recueil Sirey,1930.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร ทั้งนี้ ข้อมูล เนื้อหา และข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว กองบรรณาธิการไม่มีความจำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
เนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฯ อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น การนำไปเผยแพร่ ดัดแปลง หรือใช้ประโยชน์ในลักษณะใด ๆ ไม่ว่าเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารก่อน