“ลำโสม” ต้นกำเนิดลำสีพันดอน ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
คำสำคัญ:
หมอลำ, ลำสีพันดอน, ดนตรีลาวบทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง “ลำโสม” ต้นกำเนิดลำสีพันดอนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิจัยเรื่อง การขับลำในเขตภาคใต้ของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบทางดนตรีของลำโสมและลำสีพันดอน 2) ศึกษาบทบาทหน้าที่ทางสังคมของหมอลำในเขตภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยดำเนินการวิจัยด้วยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า ลำโสม เป็นทำนองลำที่มีความเก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันเป็นเพียงการแสดงหนึ่งที่ใช้แสดงคั่นการลำชนิดอื่น ๆ กลอนลำเป็นลักษณะของคำประพันธ์ที่มีฉันทลักษณ์ สีสันเสียงในบทเพลงนี้ ได้จากเสียงของผู้ขับร้องและเสียงแคน การขับร้องมีการใช้เทคนิคต่าง ๆ บนทำนองหลักเพียงทำนองเดียว ท่วงทำนองค่อนข้างช้า ประโยคเพลงเป็นประโยคถาม-ตอบ ที่สอดรับกัน ทำให้ท่วงทำนองเพลงมีความไพเราะน่าฟังและชวนให้ติดตามอยู่ตลอดเวลา ในเวลาต่อมาลำโสมได้มีการพัฒนาไปเป็นลำสีพันดอน ลำสีพันดอนมีอัตราจังหวะความเร็วปานกลาง กระชับ เพื่อให้การสื่อสารเนื้อหาได้รวดเร็ว ท่วงทำนองมีการไล่เรียงจากเสียงสูงหรือเสียงระดับกลางลงมาสู่เสียงต่ำ ใช้แคนแปดในการบรรเลงประกอบการขับลำ จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ลำสีพันดอนได้รับความนิยมและกระจายตัวไปทั่วในขณะที่ลำโสมได้รับความนิยมลดน้อยลง ลำทั้งสองชนิดนี้ยังคงมีบทบาทหน้าที่ต่อสังคม 5 ด้านด้วยกัน ได้แก่ บทบาทหน้าที่ด้านความบันเทิง ด้านศาสนาและศีลธรรม ด้านการสื่อสาร ด้านการให้การศึกษา รวมถึงบทบาทในการสร้างเอกภาพทางการเมืองและความคิด
เอกสารอ้างอิง
ทองบาง แก้วสุวัน. "ลำโสม." สัมภาษณ์โดย กฤษฎา สุขสำเนียง. 14 ตุลาคม 2553.
วิพัด แสงมะนี. "ทำนองลำโสม." สัมภาษณ์โดย กฤษฎา สุขสำเนียง. 1 มีนาคม 2553.
ไพบูลย์ แพงเงิน. กลอนลำ ภูมิปัญญาของอีสาน. กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์, 2534.
สุจิตต์ วงษ์เทศ. ร้องรำทำเพลง: ดนตรีและนาฏศิลป์ชาวสยาม. กรุงเทพฯ : พิฆเณศพริ้นท์ติ้งเซ็นเตอร์ จำกัด, 2542.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความ บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นทัศนะของผู้เขียน
กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่รับผิดชอบต่อบทความนั้น


