แนวทางการป้องกันการออกกลางคันของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส ในกลุ่มศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท

ผู้แต่ง

  • กัญญาณัฐ กล่ำแก้ว คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • พัชราภา ตันติชูเวช คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

คำสำคัญ:

สาเหตุการออกกลางคัน, แนวทางการป้องกันการออกกลางคัน, โรงเรียนขยายโอกาส

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สาเหตุการออกกลางคันของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส  ในกลุ่มศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท และ        2) แนวทางในการป้องกันการออกกลางคันของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส ในกลุ่มศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูโรงเรียนขยายโอกาส             ในกลุ่มศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา จำนวน 161 คน  และผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนขยายโอกาส รวมทั้งสิ้น 5 คน โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.940 และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามได้รับกลับคืนมาจำนวน 146 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 91 และสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า 1. สาเหตุการออกกลางคันของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส ในกลุ่มศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านสภาพครอบครัว รองลงมา คือด้านสภาพแวดล้อม และด้านตัวผู้เรียน ตามลำดับ 2. แนวทางในการป้องกันการออกกลางคันของนักเรียน มีดังนี้ 1) การติดตามนักเรียนและพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อหาแนวทางในการจัดการศึกษา 2) ปรับการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน 3) พูดคุยกับผู้ปกครองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง จัดอบรมให้ความรู้ถึงโทษของสิ่งเสพติด การพนัน และอบายมุขให้กับนักเรียน 4) จัดหาทุนการศึกษา   5) พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะอาชีพ 6) พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 7) การสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับนักเรียน 8) ระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการศึกษา 9) ปรับความคิดของคนในชุมชนให้เห็นความสำคัญของการศึกษา โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม 10) การให้คนในชุมชนช่วยสอดส่องดูแลเยาวชน ตามแหล่งมัวสุม

เอกสารอ้างอิง

เกษม คำน้อย. (2550). สภาวะความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

ไกรยส ภัทราวาท. (2564). ระดมสมองหยุดปัญหา “เด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Online). สืบค้นจาก

https://www.eef.or.th/article-brainstorm-to-stop-problems-children/.

ชำนาญ ปาณาวงษ์. (2559). สาเหตุและแนวทางในการป้องกันการออกกลางคันของนักเรียนกรณีศึกษา: โรงเรียนบ้านบางโพธิ์ (รายงานวิจัย, มหาวิทยาลัยนเรศวร)

ซูมัยยะห์ สาและ, อาแว แมะอูมา และอับดุลลาเต๊ะ สาและ. (2560). ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชนมุสลิม:กรณีศึกษานักเรียนที่ออกกลางคันของโรงเรียนขยายโอกาสแห่งหนึ่งในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี. (รายงานวิจัย, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย)

ธัญญ์พิชชา ท้วมทับ. (2563). แนวทางการป้องกันการออกกลางคันของนักศึกษากลุ่มเสี่ยงกรณีศึกษา:วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(6), 60-76.

ประทีป เนตรพุกกณะ. (2563). การพัฒนาการดำเนินงานการแก้ปัญหาการออกกลางคันของนักเรียน โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.

พัชราภา ตันติชูเวช. (2560). แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา: กรณีศึกษาจังหวัดตาก. (รายงานวิจัย, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์)

พัฒนโชค ชูไทย. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการลาออกจากโรงเรียนของนักเรียนในประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

ภริณ ธนะโชติภน และ เพ็ญณี แนรอท. (2564). สาเหตุการออกกลางคันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 25 จังหวัดขอนแก่น. Journal of Modern Learning Development, 6(3): 58 - 68.

ยูนิเซฟ ประเทศไทย. (2565). รายงานเอกสารข้อสนเทศเกี่ยวกับการศึกษาในประเทศไทย พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย.

เรียมลักษ์ วิระพันธุ์ และสมพงษ์ จิตระดับ. (2564). การศึกษาสภาพชีวิตเด็กที่เสี่ยงต่อการออกกลางคันของนักเรียนประถมศึกษา โรงเรียนวัดข้างคลองสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 16(2).

วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา และคณะ. (2564). รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการการสนับสนุนและพัฒนากลไกการขับเคลื่อนครูและเด็กนอกระบบการศึกษา. กรุงเทพฯ: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.).

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท. (2565). รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดชัยนาท ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 [ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์]. สืบค้นจากhttps://www.msociety.go.th/ewtadmin/ewt/mso_web/download/article/article_20220920154357.pdf.

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐. กรุงเทพฯ: กลุ่มงานการพิมพ์ สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สุรศักดิ์ เก้าเอี้ยน และคณะ. (2564). คุณลักษณะและความต้องการที่หลากหลายของเด็กนอกระบบการศึกษาในประเทศไทย. วารสารหาดใหญ่, 21(2), 300.

สุวิมล ผิวสว่าง. (2562). การศึกษาสาเหตุและแนวทางป้องกันการออกกลางคันของนักศึกษากลุ่มเสี่ยงวิทยาลัยการอาชีพเซกา จังหวัดบึงกาฬ. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช).

สมพงษ์ จิตระดับ. 2562. เผยเด็กนอกระบบในไทยมีมากกว่า 8 แสนคน (Online).

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/848106. 21 มีนาคม 2568.

สมภาร มีอุเทน. (2560). การศึกษาสาเหตุและแนวทางการบริหารจัดการการออกกลางคันของนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยการอาชีพหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 23(1), 238-249.

Cimene F., Albino A., Mijares A., Hallazgo F., Austria M., Corporal L., Elarcosa R., Quipanes

F., Recto S. and Villaflor R. (2023). Understanding the Complex Factors behind Students Dropping Out of School. European Journal of Science, Innovation and Technology 3(5), 118-123.

Likert, R. (1932). A Technique for The Measurement of Attitudes. Archives of Psychology, 22, 5-55.

Rumberger, R. W. (2011). Dropping Out: Why Students Drop Out of High School and What Can Be Done About It?. Harvard University Press.

Sabates R., Akyeampong K., Westbrook J & Hunt F. (2010). School Dropout: Patterns, Causes, Changes and Policies (Education for All Global Monitoring Report 2011). United Nations Educational, Scientific, and Cultural Organization.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-19

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย