แนวทางการพัฒนาระบบสุขาภิบาลห้องน้ำในสถานศึกษาเอกชนตามมาตรฐาน HAS
คำสำคัญ:
สุขาภิบาลห้องน้ำ, มาตรฐานส้วมสาธารณะ, โรงเรียนเอกชน, โคลิฟอร์มแบคทีเรียบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสุขาภิบาลห้องน้ำในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการตามมาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ (Healthy Accessibility Safety: HAS) ของกรมอนามัย 2566 และตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียในบริเวณห้องน้ำ เพื่อประเมินระดับสุขาภิบาลและเสนอแนวทางพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ทำการศึกษาห้องน้ำทั้งหมด 180 ห้อง โดยใช้แบบประเมิน HAS ครอบคลุม 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความสะอาด ความเพียงพอ และความปลอดภัย พร้อมทั้งตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มเบื้องต้นด้วยชุดตรวจสอบ (Single Indicator-2: SI-2) จากตัวอย่างจุดเสี่ยง 15 จุด
ผลการศึกษาพบว่าด้านความสะอาดมีค่าเฉลี่ยการผ่านเกณฑ์ร้อยละ 84 โดยข้อที่ผ่านเกณฑ์สูงสุด คือความสะอาดของถังขยะและสุขภัณฑ์ ส่วนข้อที่ผ่านเกณฑ์ต่ำสุด คือกระดาษชำระไม่เพียงพอและการระบายอากาศไม่ดี ด้านความเพียงพอมีค่าเฉลี่ยเพียงร้อยละ 37.15 ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะห้องน้ำสำหรับผู้พิการซึ่งผ่านเกณฑ์เพียงร้อยละ 0.3 ขณะที่ด้านความปลอดภัยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดร้อยละ 94 ทั้งนี้ผลการตรวจสอบไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียในตัวอย่างทั้งหมด สรุปภาพรวมสุขาภิบาลห้องน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานในระดับดีมากเฉลี่ยร้อยละ 81.27
อย่างไรก็ตามพบว่าควรพัฒนาเพิ่มเติมในด้านการจัดให้มีห้องน้ำสำหรับผู้พิการ การจัดหาวัสดุสิ้นเปลืองให้ครบถ้วน และการปรับปรุงระบบระบายอากาศภายในห้องน้ำ เพื่อยกระดับมาตรฐานสุขาภิบาลในสถานศึกษาและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานสถานการณ์โรคติดต่อในประเทศไทย พ.ศ. 2561-2564. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
กรมอนามัย. (2566). เกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
กรมอนามัย. (2567). รายงานผลการดำเนินงานโครงการส้วมสาธารณะระดับประเทศ (HAS). กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). รายงานสุขภาพคนไทยประจำปี 2567. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
รพีพรรณ ยงยอด และ รัตนี คำมูลคร. (2561). การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนในเขตพื้นที่การประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 13(1), 56-68.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). คู่มือแนวทางการตรวจประเมินสุขาภิบาลห้องน้ำสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
The Coverage. (2567). ห้องน้ำโรงเรียนไทยผ่านมาตรฐาน HAS เพียง 68%. https://www.thecoverage.info/news/content/7025
Bick, S., Smith, J., Wang, L., & Patel, R. (2025). WASH and learn: A scoping review of health, education, and water, sanitation and hygiene in schools in low- and middle-income countries. BMJ Global Health, 10(5). https://doi.org/10.31219/osf.io/qfdxg
Decharat, S., & Pan-in, P. (2019). Evaluation of environmental health and safety status in primary schools in Nakhon Si Thammarat Province, Southern Thailand. Journal of Issues, 7(3), 1-8.
Shao, T., Zhao, J., Hu, H., Zhang, X., Wang, Y., & Wang, S. (2021). Analysis of factors affecting students going to school toilets in a rural primary school in China. BMC Public Health, 21, 32. https://doi.org/10.1186/s12889-020-10099-4
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร Sarasas Journal of Humanities and Social Science ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

